21 ม.ค. 69 – สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา จัดเวทีเสวนา เลือกตั้ง 69 เสียงคนรุ่นใหม่ New Voter สู่การกำหนดอนาคตประเทศ เปิดพื้นที่สะท้อนมุมมองเยาวชนและผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรก เรียกร้องคนรุ่นใหม่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติแก้ไข รธน. ในวันที่ 8 ก.พ. นี้ เพื่อร่วมกำหนดทิศทางประเทศในระยะยาว

image

          สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา จัดเวทีเสวนา “เลือกตั้ง 69 เสียงคนรุ่นใหม่ New Voter สู่การกำหนดอนาคตประเทศ” เปิดพื้นที่สะท้อนมุมมองเยาวชนและผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรก เรียกร้องคนรุ่นใหม่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ นี้ เพื่อร่วมกำหนดทิศทางประเทศในระยะยาว โดยเวทีเสวนาดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมเวทีสาธารณะ อนาคตประเทศไทย ผ่านมุมมองเยาวชนคนรุ่นใหม่ New Voter  ที่สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภาจัดขึ้น เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนและเยาวชน เสริมสร้างความตระหนักรู้ในการทำหน้าที่พลเมืองในระบอบประชาธิปไตย ก่อนการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ
          การเสวนาเชิญผู้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ได้แก่ นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา (สว.)  และโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมืองฯ การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) และนายอนิก พลทัตพชระ โฆษกสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย โดยมี นางสาวอัญชิษฐา บุญพรวงศ์ พิธีกรสถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา และ นางสาวกาญจนาภา ผลพงา ผู้ประกาศข่าวภาคประชาชน สถานีวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา เป็นผู้ดำเนินเวทีเสวนา
          นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย ระบุว่า อุปสรรคสำคัญของผู้มีสิทธิเลือกตั้งรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษา คือความไม่สะดวกในการเดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อใช้สิทธิเลือกตั้งและลงประชามติ เห็นว่าควรมีการพัฒนาระบบทะเบียนบ้านกลาง เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มอัตราการออกมาใช้สิทธิ พร้อมย้ำว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องจำเป็นต่อการเปลี่ยนแปลงประเทศ นายเทวฤทธิ์ ยังตั้งข้อสังเกตต่อบทบาทของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่ายังขาดการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารอย่างทั่วถึง จึงเรียกร้องให้เร่งรณรงค์การใช้สิทธิเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ เพื่อไม่ให้ประชาชนเสียสิทธิจากการขาดข้อมูล
          ด้าน นายยิ่งชีพ ผู้จัดการ iLaw กล่าวว่าจากการทำงานภาคสนามพบว่า บรรยากาศการเลือกตั้งครั้งนี้ยังเงียบเหงา คนรุ่นใหม่จำนวนมากไม่รู้สึกตื่นตัว เนื่องจากวาทกรรมทางการเมืองยังคงเป็นรูปแบบเดิม และมีการแบ่งขั้วทางการเมืองชัดเจน ทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรกไม่รู้สึกมีพลังร่วม อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวเห็นว่าการออกเสียงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นประเด็นใหม่ที่สำคัญ และขอเชิญชวนคนรุ่นใหม่ออกมาใช้สิทธิ เพื่อผลักดันการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง พร้อมกล่าวถึงการทำหน้าที่ของ กกต. ว่า ยังติดข้อจำกัดจากระเบียบที่กำหนดขึ้นเอง ซึ่งสามารถแก้ไขได้ หากต้องการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนมากขึ้น และเสนอว่าการปฏิรูปอำนาจและที่มาของ กกต. จำเป็นต้องดำเนินการผ่านการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
          ขณะที่ นายอนิก โฆษกสภาเด็กและเยาวชนฯ ระบุว่าพรรคการเมืองควรให้ความสำคัญกับเสียงของคนรุ่นใหม่อย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงช่วงหาเสียงเลือกตั้ง แต่ต้องผลักดันนโยบายให้เกิดผลในทางปฏิบัติเมื่อเข้าสู่อำนาจ พร้อมเน้นย้ำการสื่อสารกับประชาชนอย่างต่อเนื่องทั้งก่อนและหลังการเลือกตั้ง นายอนิก ยังแสดงความกังวลว่า คนรุ่นใหม่อาจไม่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง จึงขอให้เยาวชนร่วมกันรณรงค์ สร้างความตระหนักรู้ และกระตุ้นให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งและลงประชามติ แม้จะมองว่าการจัดตั้งรัฐบาลอาจต้องอาศัยการรวมหลายพรรค แต่การใช้สิทธิยังเป็นกลไกสำคัญของประชาธิปไตย

คริส  พุทธชาติ ข่าว/เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ