14 มี.ค. 69- คณะ อนุ กมธ.การพาณิชย์และเศรษฐกิจดิจิทัล วุฒิสภา แนะแนวทางปฏิรูปทุเรียนส่งออก เร่งสร้างระบบดิจิทัลกลาง-ตั้งหน่วยงานเจรจาการค้า พร้อมตั้งสหกรณ์ส่งออกเฉพาะชนิด ผลัดดันมูลค่าส่งออกแตะ 2 แสนล้าน

image

        การประชุมคณะอนุกรรมาธิการพาณิชย์และเศรษฐกิจดิจิทัล ในคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพาณิชย์และการอุตสาหกรรม วุฒิสภา ที่มี นายเอกชัย เรืองรัตน์ เป็นประธานคณะอนุ กมธ. ได้พิจารณาศึกษาสถานการณ์ปัญหา การปลูก การจำหน่ายและการส่งออกทุเรียนไทย พบปัญหาเชิงโครงสร้างหลายด้านที่ต้องเร่งแก้ไข โดยผลผลิตปีปัจจุบันคาดว่าอยู่ที่ 1.89 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน และหากบริหารจัดการได้ดี มูลค่าส่งออกมีศักยภาพเพิ่มจาก 150,000 ล้านบาท เป็น 200,000 ล้านบาท แต่หากขาดประสิทธิภาพ อาจเกิดภาวะสินค้าล้นตลาดและกระทบราคาเกษตรกร

        ด้านระบบตรวจสอบมาตรฐาน แม้ปัจจุบันมีห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองแล้ว 14 แห่ง รองรับการตรวจได้ราว 3,000 ตัวอย่างต่อวัน แต่การกระจายตัวเชิงพื้นที่ยังไม่สอดคล้องกับแหล่งผลิตหลัก อาจก่อให้เกิดคอขวดในช่วงที่ผลผลิตออกพร้อมกัน ขณะที่ปัจจุบันมีการตรวจสารตกค้างหลัก 2 ชนิด และมีแนวโน้มขยายเพิ่มอีก 5 ชนิด ซึ่งหากเตรียมการอย่างเป็นระบบ จะเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับมาตรฐานสินค้าไทยในตลาดโลก

        ส่วนโครงสร้างการอนุญาตส่งออกพบข้อมูลน่าเป็นห่วง เมื่อตรวจสอบพบว่า มีผู้ได้รับใบอนุญาตทั้งสิ้น 1,182 ราย แต่เป็นผู้ประกอบการไทยแท้เพียงร้อยละ 10 ส่วนที่เหลือมีข้อสงสัยเรื่องการถือครองจริง นอกจากนี้ยังพบความคลาดเคลื่อนอย่างมีนัยสำคัญระหว่างโควตาส่งออกกับปริมาณที่ส่งออกจริงภายใต้ใบรับรอง GAP โดยบางรายมีโควตาเพียง 10 ตัน แต่ปรากฏข้อมูลการส่งออกสูงถึง 1,000 ตัน สะท้อนปัญหาความโปร่งใสและความเสี่ยงด้านการสวมสิทธิ์อย่างชัดเจน

        ภายหลังการพิจารณา คณะอนุ กมธ.จึงเสนอให้เร่งพัฒนาระบบดิจิทัลกลางเชื่อมโยงข้อมูลตั้งแต่แปลงปลูกถึงการส่งออก เพื่อลดความซ้ำซ้อนของแอปพลิเคชันที่กระจัดกระจายในปัจจุบัน สำหรับแนวทางปฏิรูปในระยะกลาง เสนอให้ปรับปรุงระบบโลจิสติกส์ การบริหารตู้คอนเทนเนอร์ และกำหนดตัวชี้วัดการรับรองมาตรฐานผ่านระบบดิจิทัล ขณะที่ระยะยาวมีแนวคิดจัดตั้งสหกรณ์เพื่อการส่งออกเฉพาะชนิด พร้อมกติกาที่เสริมความโปร่งใสและเสถียรภาพราคา รวมทั้งเสนอจัดตั้งหน่วยงานกลางด้านมาตรฐานและการเจรจาการค้า เพื่อเพิ่มศักยภาพการต่อรองกับประเทศคู่ค้า โดยเฉพาะจีนซึ่งมีหน่วยงานรวมศูนย์ที่เข้มแข็ง ทั้งนี้การปฏิรูปอาจทำได้ทั้งในรูปแบบการตั้งหน่วยงานใหม่หรือปรับกลไกเดิมให้มีเอกภาพมากขึ้น ควบคู่กับการขยายศูนย์ห้องปฏิบัติการในภูมิภาค เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ลดการตรวจซ้ำที่ปลายทาง และเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของทุเรียนไทยในตลาดโลกอย่างยั่งยืน

อรุณี ตันศักดิ์ดา ข่าว/เรียบเรียง

อนุ กมธ.การพาณิชย์ฯ วุฒิสภา ข้อมูล/ภาพ

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ