นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย แสดงความเห็นต่อกรณีที่มีพรรคการเมืองเสนอแนวนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในรูปแบบ ยิ่งกว่าพลัส 70:30 ว่าเป็นนโยบายที่มีการใช้งบประมาณของรัฐในสัดส่วนค่อนข้างสูง ซึ่งอาจต้องพิจารณาผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะในมิติของตัวคูณทางเศรษฐกิจ (Multiplier) และแรงจูงใจในการใช้จ่ายของภาคประชาชน พร้อมระบุว่า การที่ภาครัฐรับภาระค่าใช้จ่ายในสัดส่วนมาก อาจทำให้เม็ดเงินจากภาคเอกชนหมุนเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจน้อยลง และอาจส่งผลต่อการจัดสรรงบประมาณในส่วนอื่น ๆ ที่มีความจำเป็น เช่น การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานซึ่งเป็นฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจในระยะยาว พร้อมเสนอว่า การออกแบบนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจควรมุ่งเน้นประสิทธิภาพ ความคุ้มค่า และความยั่งยืน มากกว่าการเน้นปริมาณงบประมาณเพียงอย่างเดียว
นายธนกร เห็นว่า ประสบการณ์จากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในอดีตสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของความชัดเจนด้านแหล่งที่มาของงบประมาณและการเตรียมความพร้อมในการดำเนินการ เพื่อไม่ให้เกิดความคาดหวังที่ไม่สามารถตอบสนองได้ในทางปฏิบัติ สำหรับแนวทางของพรรคภูมิใจไทย นายธนกร กล่าวว่า พรรคให้ความสำคัญกับการใช้งบประมาณอย่างมีเป้าหมายและไม่กระทบต่อวินัยการคลัง โดยยกตัวอย่างแนวคิด “คนละครึ่งพลัส” ซึ่งเป็นรูปแบบการร่วมจ่ายระหว่างรัฐและประชาชนในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน และสามารถกระตุ้นการใช้จ่ายจากภาคเอกชนได้จริง อย่างไรก็ตาม หากมีการเสนอนโยบายใหม่ พรรคการเมืองควรอธิบายรายละเอียดด้านงบประมาณและกลไกการดำเนินงานให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน
อรพรรณ ขันทองคำ ข่าว/เรียบเรียง