ดร.อมรศักดิ์ กิจธนานันท์ รองประธานคณะกรรมาธิการการศึกษา การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วุฒิสภา กล่าวถึงงานวิจัยและนวัตกรรมว่าควรถูกวางเป็นแกนกลางหลักในการขับเคลื่อนประเทศ หรือ ถูกบรรจุในแผนยุทธศาสตร์ชาติ เพราะจากข้อมูลของธนาคารโลกบ่งชี้ชัดเจนว่าประเทศที่ก้าวสู่ประเทศรายได้สูงล้วนมาจากเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ใช้งานวิจัยเป็นฐาน และประเทศที่ลงทุนด้านวิจัยและพัฒนามากกว่า 2% ของ GDP มักจะมีรายได้ต่อหัวสูงกว่า 30,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี เช่น ประเทศเกาหลีใต้ ที่อดีตเคยเป็นประเทศกำลังพัฒนา ที่ให้ความสำคัญกับงบการลงทุนกับงานวิจัยที่เริ่มไม่ถึง 1% ของ GDP แต่ปัจจุบันมีการลงทุนกว่า 4% ของ GDP ซึ่งสิ่งนี้ทำให้เกาหลีใต้กลายเป็นประเทศผู้นำเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทั้งด้านยานยนต์ ไฟฟ้า เรื่องดิจิทัล จนกลายเป็นประเทศที่มีรายได้สูงไปแล้ว ดังนั้นการวิจัยและนวัตกรรมนำไปสู่การพัฒนาควรเป็นแกนของยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมเป้าหมาย
นอกจากนี้ รองประธานคณะกรรมาธิการการศึกษาฯ ยังกล่าวถึงระบบวิจัยและนวัตกรรมของไทยว่า ไทยมีโครงสร้างหลายอย่างที่ค่อนข้างครบถ้วน ทั้งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และหน่วยวิจัยที่อยู่ในกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มีความโดดเด่น ทั้งด้านเกษตร อาหารและการแพทย์ แต่ขณะเดียวกันไทยยังมีจุดอ่อนที่ชัดเจน คือการลงทุนด้านงานวิจัยที่ต่ำกว่า 1% ของ GDP ที่ต่ำกว่าประเทศ OECD
ทั้งนี้ไทยยังไม่สามารถแปลงงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์ได้เท่าที่ควร ส่วนนี้หากสามารถนำมาขยายต่อเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศจะสามารถสร้างรายได้ให้ประเทศได้อย่างมหาศาล ดังนั้นไทยควรแก้โจทย์เรื่องนี้ให้ได้
คริส พุทธชาติ ข่าว/เรียบเรียง (แฟ้มภาพ)