นายสุนทร พฤษพิพัฒน์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภค ในคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา พร้อมคณะ ร่วมแถลงข่าวว่า ตามที่ กมธ.ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการดำเนินโครงการทางพิเศษยกระดับชั้นที่ 2 (งามวงศ์วาน – พระราม 9) ภายใต้โครงการแก้ไขปัญหาการจราจรบนโครงข่ายทางพิเศษ ระยะที่ 1ตามพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิทธิ คุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน คณะกรรมาธิการจึงได้มอบหมายให้คณะอนุ (กมธ.) การคุ้มครองผู้บริโภค รวบรวมข้อมูลเบื้องต้น และเพื่อให้การพิจารณาเป็นไปอย่างรอบด้าน มีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน จึงได้แต่งตั้งคณะทำงานพิจารณาศึกษาและวิเคราะห์การดำเนินโครงการดังกล่าว เพื่อจัดทำรายงานพร้อมข้อสังเกตและข้อเสนอแนะเสนอต่อ กมธ. โดยมอบหมายให้ตนเป็นหัวหน้าคณะทำงาน ร่วมดำเนินการกับคณะทํางานจากการทางพิเศษแห่งประเทศไทย สำนักงานนโยบายและแผนงานการขนส่งและจราจร และภาคประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ
ทั้งนี้ จากข้อเท็จจริงในเรื่องร้องเรียน พบว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบการแก้ไขสัญญา 2 ฉบับ ได้แก่ สัญญาโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 2 (ทางพิเศษศรีรัช) และสัญญาโครงการทางด่วนสายบางปะอิน – ปากเกร็ด (ทางพิเศษอุดรรัถยา) ส่งผลให้บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ได้รับกรรมสิทธิ์ก่อสร้างโครงการทางพิเศษชั้นที่ 2 ได้รับส่วนแบ่งรายได้เพิ่มจากร้อยละ 40 เป็นร้อยละ 50 และได้รับการขยายสัมปทานถึงปี พ.ศ. 2601นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังพาดผ่านพื้นที่ชุมชนหนาแน่นในเขตจตุจักร พญาไท และราชเทวี ก่อให้เกิดข้อกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทั้งในระหว่างก่อสร้างและหลังเปิดใช้งาน ทั้งด้านเสียง ฝุ่น การสั่นสะเทือน การจราจร ทัศนียภาพ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่
คณะอนุ กมธ.และคณะทำงานจะดำเนินการรวบรวมข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน โดยยึดหลักนิติธรรม ความโปร่งใส และความคุ้มค่า เพื่อเสนอแนะต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และคุ้มครองสิทธิของประชาชนอย่างแท้จริง
อรุณี ตันศักดิ์ดา ข่าว/เรียบเรียง