นางสาวนันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวถึงสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ว่า ผ่านมาแล้ว 5 วัน เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความสั่นสะเทือนต่อประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก และกระทบโดยตรงต่อราคาพลังงาน ทั้งน้ำมันและก๊าซที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นและอาจขาดแคลนในระยะต่อไป จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งบริหารจัดการสถานการณ์โดยเร็ว
นางสาวนันทนา ระบุว่า วิกฤตครั้งนี้เริ่มต้นจากพลังงาน แต่มีแนวโน้มลุกลามไปสู่วิกฤตเศรษฐกิจในไม่ช้า โดยประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดในอาเซียน เนื่องจากมีสัดส่วนการนำเข้าพลังงานคิดเป็นประมาณ 4.7% ของ GDP ขณะเดียวกันประชาชนจำนวนมากเริ่มตื่นตระหนก มีการเข้าคิวเติมน้ำมันจำนวนมาก แต่รัฐบาลยังไม่มีมาตรการที่ชัดเจนออกมารองรับสถานการณ์
นางสาวนันทนา ยกตัวอย่างการรับมือของรัฐบาลสิงคโปร์ ที่ประกาศมาตรการเชิงรุกตั้งแต่วันที่ 2 ของสงคราม โดยออก 6 มาตรการสำคัญ ได้แก่ การแจ้งเตือนประชาชนถึงความผันผวนและความยืดเยื้อของสถานการณ์ พร้อมให้ข้อมูลการรับมือด้านการเงิน การคลัง และเงินเฟ้อ รวมถึงคาดการณ์ GDP การประสานงานกับภาคเอกชนเพื่อลดต้นทุนการผลิต ปรับแผนการผลิตและซัพพลายเชน การกระจายแหล่งนำเข้าพลังงานและเพิ่มปริมาณสำรองในประเทศ การดูแลปริมาณและการกระจายสินค้าอุปโภคบริโภคเพื่อป้องกันการกักตุน ตลอดจนพิจารณามาตรการช่วยเหลือล่วงหน้า เช่น ส่วนลดค่าสาธารณูปโภคและการสนับสนุนค่าขนส่ง
สำหรับสถานการณ์ในประเทศไทย นางสาวนันทนา กล่าวว่า ประชาชนยังไม่ได้รับข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับปริมาณน้ำมันสำรองของประเทศ โดยมีข้อมูลที่ไม่ตรงกันว่าเพียงพอ 60 วัน หรือมากกว่านั้น พร้อมตั้งคำถามถึงแผนจัดหาพลังงานทดแทนการนำเข้าจากตะวันออกกลาง ซึ่งต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงมาตรการประหยัดพลังงานของรัฐบาล การส่งเสริมการทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) และแนวทางดูแลปัญหาสินค้าราคาแพงหรือขาดแคลน
นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจในระยะยาว ที่อาจเกิดภาวะสินค้าราคาแพง แต่กำลังซื้อของประชาชนลดลง พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชน และแนวทางสนับสนุนผู้ประกอบการอย่างเป็นรูปธรรม
นางสาวนันทนา กล่าวย้ำว่า นี่คือปัญหาใหญ่ที่ประเทศกำลังเผชิญ แต่รัฐบาลยังนิ่งเฉยและเฉื่อยชา จะใช้เพียงคำพูดโดยไม่มีแผนรองรับไม่ได้ พร้อมกันนี้ ได้เสนอให้รัฐบาลตั้งวอร์รูมระดมสมองร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อกำหนดมาตรการจัดการพลังงานอย่างมืออาชีพ ลดความตื่นตระหนกของประชาชน และวางแผนช่วยเหลือทั้งประชาชนและผู้ประกอบการอย่างทันท่วงที โดยย้ำว่าวิกฤตครั้งนี้มีความรุนแรงและซับซ้อน รัฐบาลต้องไม่ประมาท และต้องดำเนินการเชิงรุกก่อนที่ผลกระทบจะลุกลามเป็นวิกฤตใหญ่ของประเทศ
ทัดดาว ทองอิ่ม ข่าว / เรียบเรียง