7 มี.ค.69 - สว.ไชยยงค์ เผยปัญหาไม่ได้มาจากผลผลิตล้นตลาด แต่เกิดจากโครงสร้างการตลาดที่กระจุกตัว ทำให้เกษตรกรขาดอำนาจต่อรอง เรียกร้องรัฐเร่งกำกับดูแล กำหนดราคากลาง ตรวจสอบจุดรับซื้อ และเปิดช่องส่งออกให้ผู้ประกอบการไทย เพื่อลดการผูกขาดของผู้ซื้อรายใหญ่

image

นายไชยยงค์  มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวถึงสถานการณ์ราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำ ล่าสุดราคาหน้าสวนเหลือเพียงลูกละ 1–2 บาท ว่า ส่วนตัวมองว่าปัญหาไม่ได้เกิดจากผลผลิตล้นตลาด แต่เกิดจากโครงสร้างการตลาดที่กระจุกตัวอยู่ในมือล้งต่างชาติ เรียกร้องรัฐเร่งกำกับดูแลอย่างจริงจัง ทั้งนี้ สถานการณ์ราคามะพร้าวน้ำหอมที่ตกต่ำต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2568 จนปัจจุบันราคารับซื้อหน้าสวนเหลือลูกละ 2 บาท และบางส่วนเหลือเพียง 1 บาท กำลังสร้างความเดือดร้อนอย่างหนักให้เกษตรกรในพื้นที่ปลูกหลักของประเทศ โดยเฉพาะภาคกลาง

      นายไชยยงค์ กล่าวด้วยว่า จากการติดตามข้อมูลในพื้นที่และรับฟังเสียงสะท้อนจากเกษตรกร พบว่าปัญหาไม่ได้เกิดจากผลผลิตล้นตลาดตามกลไกอุปสงค์-อุปทาน เนื่องจากราคาขายปลีกในกรุงเทพมหานครยังอยู่ที่ 30–35 บาทต่อผล ขณะที่เมืองท่องเที่ยวหลายแห่งจำหน่ายในช่วง 40–75 บาท และยังมีความต้องการบริโภคต่อเนื่อง เมื่อกลับมามองโครงสร้างตลาดมะพร้าวน้ำหอมจะเห็นว่ามีลักษณะกระจุกตัว โดยกลุ่มผู้รับซื้อหรือ “ล้ง” ซึ่งมีทุนต่างชาติเป็นผู้กำหนดราคารับซื้อในพื้นที่ผลิต ขณะที่การส่งออกไปตลาดหลักอย่างประเทศจีนก็อยู่ในมือกลุ่มทุนดังกล่าวเป็นส่วนใหญ่ ทำให้เกษตรกรขาดอำนาจต่อรอง ดังนั้น หากไม่เร่งจัดการที่ต้นเหตุ คือ กลไกตลาดที่บิดเบี้ยว ปล่อยให้ผู้รับซื้อกำหนดราคาเพียงฝ่ายเดียว เกษตรกรจะไม่มีทางอยู่ได้

       นายไชยยงค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนมีข้อเสนอแนะถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ เข้ามากำกับดูแลอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการกำหนดราคากลางที่สะท้อนต้นทุนการผลิต การตรวจสอบสถานะทางกฎหมายของจุดรับซื้อในพื้นที่ และการขยายช่องทางส่งออกที่ผู้ประกอบการไทยสามารถดำเนินการได้โดยตรง เพื่อลดการพึ่งพาผู้ซื้อรายใหญ่เพียงกลุ่มเดียว

 

อัญชิสา ก่อกิจฤกษ์ชัย ข่าว/เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ