นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา นำคณะลงพื้นที่จังหวัดน่าน เพื่อติดตามสถานการณ์สิ่งแวดล้อม การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และการเฝ้าระวังปัญหามลพิษ หมอกควัน และไฟป่า พร้อมรับฟังข้อห่วงกังวลของประชาชนกรณีการขนย้ายเถ้าลอยจากโรงไฟฟ้าถ่านหินในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) หลังเกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกพลิกคว่ำจนเถ้าถ่านหินรั่วไหลในพื้นที่ โดยมีนายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมบรรยายสรุปสถานการณ์ โดยสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดน่าน รายงานว่า ระหว่างวันที่ 1 ม.ค. – 5 มี.ค. 69 ค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 อยู่ที่ 26.03 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร มีเพียง 24 วันที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปี 68 ที่มี 58 วัน หรือลดลงร้อยละ 58.62 ขณะที่จุดความร้อนในปี 69 พบ 509 จุด ลดลงจากปี 68 ที่พบ 764 จุด หรือร้อยละ 33.38 โดยจังหวัดตั้งเป้าลดจุดความร้อนไม่ให้เกิน 3,238 จุด พร้อมดำเนินมาตรการแก้ไขไฟป่าและหมอกควันแบบบูรณาการ 12 มาตรการหลัก และ 5 มาตรการเพิ่มเติม เน้นทำงานเชิงรุกลงพื้นที่สร้างความเข้าใจกับประชาชนเพื่อลดการเผา
ทั้งนี้ จังหวัดน่านยังเผชิญปัญหาน้ำหลากและน้ำท่วมฉับพลันในฤดูฝน และขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง จึงมีข้อเสนอให้เร่งสำรวจและขุดลอกแหล่งน้ำในจุดวิกฤต 18 จุด แก้ไขคอขวดทางระบายน้ำ รวมถึงผลักดันโครงการผันน้ำเลี่ยงเมือง เพื่อตัดแบ่งมวลน้ำจากแม่น้ำน่านก่อนเข้าสู่เขตเศรษฐกิจหลักของจังหวัด ระยะทางรวมประมาณ 50 กิโลเมตร
นอกจากนี้ คณะกมธ.ได้ประชุมหารือติดตามปัญหามลพิษข้ามแดนที่วิทยาลัยเทคนิคปัว อำเภอปัว โดยรับฟังข้อกังวลของประชาชนจากหลายอำเภอกรณีการขนย้ายเถ้าลอยจากโรงไฟฟ้าถ่านหินใน สปป.ลาว หลังเกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกพลิกคว่ำและเถ้าถ่านหินรั่วไหลอย่างน้อย 2 ครั้ง คณะกมธ.เสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงขั้นตอนการขนย้ายและมาตรการจัดการเมื่อเกิดการรั่วไหลให้ประชาชนรับทราบอย่างชัดเจน พร้อมให้ท้องถิ่นจัดทำแผนเตรียมความพร้อมด้านยานพาหนะและการอำนวยความสะดวก เพื่อให้การขนย้ายเป็นไปอย่างปลอดภัย ขณะเดียวกันบริษัทผู้ขนส่งต้องกำกับดูแลการขนย้ายตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และปรับปรุงจุดเสี่ยงบนเส้นทาง โดยเฉพาะบริเวณโค้งอันตราย เพื่อลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุและผลกระทบต่อชุมชน โดยคณะกมธ.จะนำประเด็นดังกล่าวไปศึกษาพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ เพื่อนำเสนอแนวทางแก้ไขต่อรัฐบาลต่อไป
ณัฐเดช เอียดปุ่ม ข่าว/เรียบเรียง