22 มี.ค. 69 - สส.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ยืนยันเดินหน้าตรวจสอบกองทุนน้ำมัน ชี้ ต้องชดเชยต้นทุนจริง ไม่ใช่ราคาสมมุติ มองโครงสร้างพลังงานทำกำไรลาภลอย

image

          นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึงการเดินหน้าตรวจสอบกองทุนน้ำมันว่า ในสมัยที่นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้มีการออกประกาศให้โรงกลั่นแจ้งต้นทุนที่แท้จริง เพื่อให้การนำเงินกองทุนน้ำมันซึ่งเป็นเงินของประชาชนไปชดเชยนั้น เป็นการชดเชยในต้นทุนที่แท้จริง ไม่ใช่การชดเชยต้นทุนสมมุติหรือการชดเชยกำไร แต่ต้องเป็นการชดเชยการขาดทุนเท่านั้น ดังนั้น เมื่อทราบต้นทุนที่แท้จริงตามประกาศกระทรวงพลังงานปี 2568 แล้ว ต้องสามารถระบุได้ว่าควรชดเชยเป็นจำนวนเท่าใด ไม่ใช่ชดเชยจากราคาสมมุติ
           นายอรรถวิชช์ ยังกล่าวอีกว่า ราคาน้ำมันไทยในปัจจุบันเป็นราคาสมมุติ ที่มีต้นทุนราคาน้ำมันดิบจากดูไบ และน้ำมันสำเร็จรูปจากสิงคโปร์ จึงเกิดค่าการกลั่นสมมุติ เมื่อเกิดสถานการณ์หรือสภาวะวิกฤต ค่าการกลั่นจึงปรับตัวขึ้นสวนทางกับต้นทุนที่ไม่ได้ปรับขึ้น จนโรงกลั่นได้รับกำไรส่วนเกิน (ลาภลอย) ซึ่งในต่างประเทศมีการจัดเก็บภาษีลาภลอย แต่ไทยไม่มีการเก็บภาษีในส่วนนี้ จึงไม่สามารถปล่อยโรงกลั่นได้กำไรเช่นนี้ได้ การชดเชยควรชดเชยเฉพาะส่วนที่ขาดทุนจริง ไม่ใช่ชดเชยกำไร หากยังคงชดเชยราคาสมมุติกองทุนน้ำมันมีเงินเท่าใดก็ไม่เพียงพอ โดยเฉพาะสถานการณ์ปิดช่องแคบฮอร์มุซยังไม่ทราบระยะเวลาแน่ชัด ดังนั้น การตรวจสอบกองทุนน้ำมันจะช่วยให้การดำเนินงานมีความถูกต้องและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะสถานการณ์ขณะนี้ไม่ใช่ความผันผวนของราคาน้ำมันตามปกติ แต่เป็นการบริหารในภาวะวิกฤตที่ต้องใช้จ่ายทุกบาทอย่างคุ้มค่าที่สุด

          ต่อข้อถามถึงการรับมือสถานการณ์พลังงานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานนำเสนอสถานการณ์ต่อนายกรัฐมนตรีไม่ถูกจังหวะ เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันไม่ใช่ความผันผวนของราคาน้ำมันตามปกติ แต่เป็นผลจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งมีการคุกคามมาเป็นระยะเวลานาน แต่รัฐบาลกลับบริหารจัดการด้วยการใช้กองทุนน้ำมันเข้าอุดหนุน ทั้งที่กองทุนน้ำมันถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือในกรณีที่ราคาน้ำมันปรับสูงขึ้นเป็นการชั่วคราวเท่านั้น ขณะนี้ช่องแคบฮอร์มุซปิดมาแล้วสองสัปดาห์ และผลกระทบจากการขาดแคลนน้ำมันจะปรากฏชัดในอีกประมาณหนึ่งเดือนข้างหน้า ในขณะที่ปัจจุบันน้ำมันดิบยังคงมีอยู่ครบถ้วน เนื่องจากเป็นสต็อกที่นำเข้ามาก่อนหน้านี้ 2–3 เดือนแล้ว ตนจึงเสนอให้นำพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 มาบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบ เนื่องจากรัฐบาลใช้เพียงบางส่วน คือ ห้ามส่งออกน้ำมันเท่านั้น โดยกฎหมายฉบับดังกล่าวควรถูกนำมาใช้เพื่อตรึงราคาน้ำมัน โดยไม่จำเป็นต้องใช้เงินกองทุนน้ำมันชดเชย เพราะน้ำมันที่มีอยู่ในขณะนี้เป็นต้นทุนเดิมที่นำเข้ามาก่อนหน้าแล้ว และเมื่อน้ำมันล็อตใหม่เข้ามา ค่อยนำเงินกองทุนน้ำมันไปชดเชยในต้นทุนที่แท้จริง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดกระทรวงพลังงานจึงบริหารจัดการน้ำมันในลักษณะเดียวกับความผันผวนตามปกติ แทนที่จะรับมือกับสถานการณ์ขาดแคลนที่กำลังจะเกิดขึ้น

 

คริส  พุทธชาติ ข่าว/เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ