ภายหลังนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร บรรจุระเบียบวาระพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม นี้ เวลา 10.00 น.
มีขั้นตอนการเลือกนายกรัฐมนตรี ดังนี้
1. พรรคการเมืองที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในสภาฯ ไม่น้อยกว่า 5% (25 คน) สามารถเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จากบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองเคยแจ้งไว้ในการเลือกตั้งทั่วไป ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 88 กำหนดให้พรรคการเมืองส่งบัญชีรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีได้ไม่เกิน 3 ชื่อ
2. การเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรลงมติเลือก จะต้องมี สส. รับรองด้วยจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของ สส. ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ปัจจุบันมี สส. 498 คน ดังนั้น จำนวนผู้รับรองในการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จะอยู่ที่ 50 คน
3. การลงคะแนนเลือกนายกรัฐมนตรี จากผู้ได้รับการเสนอชื่อ จะทำโดยเปิดเผย ด้วยการขานชื่อ สส. ตามลำดับอักษร และให้ออกเสียงลงคะแนนเป็นรายคน โดยให้ลุกขึ้นกล่าวว่า เลือกใคร หรือหากมีการเสนอชื่อเพียงคนเดียว ให้กล่าวว่า "เห็นชอบ" "ไม่เห็นชอบ" หรือ "งดออกเสียง" โดยผู้ที่ได้รับเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรี จะต้องได้คะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวน สส. ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร เมื่อมี สส. ทั้งหมด 498 คน เท่ากับว่าต้องได้คะแนนเสียงตั้งแต่ 250 เสียงขึ้นไป
4. ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภา จะเป็นผู้นำรายชื่อนายกรัฐมนตรีขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการต่อไป
หลังจากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ พร้อมตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรีก่อนเสนอรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ทั้งนี้ ต้องมีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ก่อนเริ่มบริหารประเทศอย่างเป็นทางการ ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 162 กำหนดให้ต้องแถลงนโยบายภายใน 15 วัน นับแต่วันเข้ารับหน้าที่อย่างเป็นทางการ
เช็กเสียง สส. จาก 22 พรรคการเมือง ก่อนเลือกนายกรัฐมนตรี
- พรรคภูมิใจไทย จำนวน 190 คน
- พรรคประชาชน จำนวน 120 คน
- พรรคเพื่อไทย จำนวน 74 คน
- พรรคกล้าธรรม จำนวน 58 คน
- พรรคประชาธิปัตย์ จำนวน 21 คน
- พรรคไทรวมพลัง จำนวน 6 คน
- พรรคพลังประชารัฐ จำนวน 5 คน
- พรรคประชาชาติ จำนวน 5 คน
- พรรคเศรษฐกิจ จำนวน 3 คน
- พรรคไทยสร้างไทย จำนวน 2 คน
- พรรครวมไทยสร้างชาติ จำนวน 1 คน (นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค สส.แบบบัญชีรายชื่อ ลาออก)
- พรรคเพื่อชาติไทย จำนวน 2 คน
ส่วนพรรคที่ได้ สส. จำนวน 1 คน มี 10 พรรค ได้แก่ พรรครวมใจไทย พรรคใหม่ พรรคไทยทรัพย์ทวี พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคมิติใหม่ พรรคไทยภักดี พรรครวมพลังประชาชน พรรคเสรีรวมไทย พรรคทางเลือกใหม่ พรรคไทยรวมพลัง
ทัดดาว ทองอิ่ม ข่าว / เรียบเรียง