13 มิ.ย. 69 - คณะ กมธ.การปกครองท้องถิ่น วุฒิสภา ลงพื้นที่นนทบุรีและสมุทรสงคราม ติดตามการบริหารงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รับฟังข้อเสนอการกระจายอำนาจและการจัดเก็บรายได้ท้องถิ่น พร้อมศึกษาต้นแบบการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนผ่านโครงการอัมพวาชัยพัฒนานุรักษ์ เพื่อนำข้อมูลประกอบการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเสนอต่อวุฒิสภาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

image

          คณะกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่น วุฒิสภา นำโดย นายอภินันท์  เผือกผ่อง รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สี่ ลงพื้นที่รับฟังการบรรยายสรุปและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นภาพรวมการพัฒนาจังหวัดนนทบุรี ภาพรวมการบริหารงาน ณ ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี ชั้น 2 สำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี โดยมี นางระวีพรรณ  แก้วเพียงเพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี พันตำรวจเอกธงชัย  เย็นประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการร่วมให้การต้อนรับ
          องค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี ได้ให้ความสำคัญกับการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพลูกหลานชาวจังหวัดนนทบุรี ปัจจุบันได้รับการถ่ายโอนโรงเรียนมาอยู่ในสังกัดจำนวน 34 แห่ง และจัดให้มีครูต่างชาติสอนภาษาต่างประเทศ 3 ภาษาในทุกโรงเรียน เพื่อยกระดับทักษะการสื่อสาร นอกจากนี้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรียังได้จัดตั้งโรงเรียนนนทบุรีแมกเน็ต (Nonthaburi Magnet) ซึ่งเป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งเดียวที่จัดตั้งขึ้น โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาและลดความเหลื่อมล้ำให้แก่เยาวชนในจังหวัด ผ่านการจัดการเรียนการสอนในหลักสูตร English Program ที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อหลักในการเรียนรู้ พร้อมเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย 
          คณะกรรมาธิการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดตั้งเมืองมหานครด้านที่อยู่อาศัยในจังหวัดนนทบุรี เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ โดยเสนอให้มีผู้ว่าราชการที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ซึ่งผู้เข้าร่วมประชุมมีความคิดเห็นทั้งในเชิงสนับสนุนและข้อเสนอแนะที่หลากหลาย โดยฝ่ายที่เห็นด้วยมองว่าจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการบริหาร บูรณาการงบประมาณ ลดความซ้ำซ้อนของหน่วยงาน และส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ขณะที่อีกส่วนหนึ่งเห็นว่าควรเร่งกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีศักยภาพ การเพิ่มหน้าที่และอำนาจให้แก่เทศบาลนครที่มีความพร้อม ตลอดจนข้อเสนอให้พัฒนารูปแบบเขตปกครองพิเศษที่สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่และวิถีชีวิตของประชาชนในแต่ละท้องถิ่น
จากนั้น คณะฯ ลงพื้นที่รับฟังการบรรยายสรุปและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ณ ห้องประชุมสภาเทศบาลเมืองเสาธงหิน ชั้น 3 สำนักงานเทศบาลเมืองเสาธงหิน ประเด็นภาพรวมการบริหารงาน การบริหารงบประมาณ การจัดเก็บและการจัดสรรรายได้ ตลอดจนสะท้อนปัญหาจากการบังคับใช้พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการจัดเก็บภาษีลดลง พร้อมทั้งเสนอแนะแนวทางในการปรับปรุงกฎหมายดังกล่าว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเทศบาลเมืองเสาธงหินให้ความสำคัญกับด้านการจัดการศึกษา ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพการศึกษา การสร้างโอกาสทางการเรียนรู้ และการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยได้ลงทุนก่อสร้างศูนย์พัฒนาเด็กเล็กแห่งใหม่ที่มีความพร้อมทั้งด้านอาคารสถานที่ สื่อการเรียนรู้ และเทคโนโลยีทางการศึกษา ด้วยงบประมาณจำนวน 134 ล้านบาท เพื่อรองรับการรวมศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษาฯ และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กแก้วอินทร์สุธาอุทิศ เป็นแห่งเดียวที่มีมาตรฐานและศักยภาพในการดูแลและพัฒนาเด็กปฐมวัยอย่างมีประสิทธิภาพ
          จากนั้น คณะฯ ลงพื้นที่โครงการอัมพวาชัยพัฒนานุรักษ์ อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม พร้อมรับฟังสรุปการบริหารจัดการโครงการอัมพวา ชัยพัฒนานุรักษ์ ซึ่งเป็นตัวอย่างความสำเร็จของการใช้ทุนทางวัฒนธรรมและวิถีชีวิตชุมชนเป็นฐานในการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยอาศัยการท่องเที่ยวชุมชนเป็นกลไกสำคัญในการฟื้นฟูพื้นที่ จากเดิมที่อัมพวาเคยประสบภาวะเศรษฐกิจซบเซาภายหลังการเปลี่ยนแปลงเส้นทางคมนาคม จนสามารถกลับมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญระดับประเทศ สร้างรายได้และการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง และได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติจาก UNESCO โดยมี นายธนวัฒน์  รุ่งเรืองศรี นายอำเภออัมพวา นายวิศิษฐ เจียมรัตตัญญู นายกเทศมนตรีตำบลอัมพวา พร้อมด้วย บุคลากรของเทศบาลตำบลอัมพวา ร่วมให้การต้อนรับ 
          ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการจะนำข้อมูลที่ได้รับไปใช้ประกอบการพิจารณาตามหน้าที่และอำนาจ และจัดทำรายงานเสนอต่อที่ประชุมวุฒิสภา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนต่อไป

คริส พุทธชาติ ข่าว/เรียงเรียง
สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ภาพ/ข้อมูล

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ