การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อเวลา 10.00 น. โดยมีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม โดยมีการเสนอบุคคลผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกฯ 2 คน ได้แก่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล สส.แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในการอภิปรายสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้แสดงความเห็นอย่างกว้างขวาง ทั้งในฝ่ายที่สนับสนุนนายอนุทิน ฝ่ายสนับสนุนนายณัฐพงษ์ และฝ่ายที่งดออกเสียง
โดยฝ่ายสนับสนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล อาทิ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยมีมติเอกฉันท์สนับสนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อให้มีรัฐบาลอำนาจเต็มในการเดินหน้าประเทศ แก้วิกฤตบ้านเมืองขณะนี้โดยเร็ว
ขณะที่ นายรังสิมันต์ โรม สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ระบุว่า วิกฤตสำคัญของประเทศในขณะนี้ คือปัญหาน้ำมัน ซึ่งสะท้อนปัญหาการทุจริตเชิงโครงสร้าง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าวิกฤตดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้การบริหารของใคร และเกี่ยวข้องกับผู้ถูกเสนอชื่อหรือไม่ โดยตั้งข้อกังขาในประเด็นความซื่อสัตย์สุจริตของนายอนุทิน ชาญวีรกูล และชี้ว่าอาจเข้าข่ายขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160
ด้านฝ่ายงดออกเสียง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายย้ำว่ามาตรฐานการเมืองต้องสูงกว่ากฎหมาย จริยธรรมต้องมาก่อน พรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถให้ความเห็นชอบนายอนุทิน ได้ โดยหยิบยกประเด็นคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา(สว.) ว่าเป็นเรื่องที่อาจกระทบต่อระบอบประชาธิปไตยอย่างรุนแรง เนื่องจากหากวุฒิสภาขาดความเป็นอิสระ ก็จะไม่สามารถตรวจสอบฝ่ายบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยืนยันว่าการงดออกเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ครั้งนี้ ไม่ใช่การรอเข้าร่วมรัฐบาล แต่เป็นการทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างจริงจัง พร้อมระบุว่า สิ่งที่น่าเสียดายคือมีบุคคลที่ไม่มีข้อครหาทางจริยธรรม แต่ไม่ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกฯ
ขณะที่ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม อภิปรายแสดงความกังวลต่อกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องเกี่ยวกับบัตรเลือกตั้งที่มี QR Code โดยระบุว่า ยังไม่ชัดเจนว่าผลการวินิจฉัยจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์การเมืองและการบริหารราชการแผ่นดินมากน้อยเพียงใดหากผลวินิจฉัยออกมาในทางลบ อาจกระทบต่อความชอบธรรมของกระบวนการต่างๆ รวมถึงการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม ย้ำว่าไม่ต้องการขัดขวางกระบวนการ พร้อมฝากข้อสังเกตถึงผู้ถูกเสนอชื่อว่า ต้องมีความพร้อมทั้งด้านความสามารถและความจำที่ดี เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดที่อาจกระทบต่อการบริหารประเทศในภาพรวม ทั้งนี้ พรรคกล้าธรรมยังคงย้ำจุดยืนในการงดออกเสียง
ทั้งนี้ ภายหลังการลงคะแนน ที่ประชุมมีมติเห็นชอบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ด้วยคะแนน 293 เสียง ขณะที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ได้รับคะแนนเห็นชอบ 119 เสียง งดออกเสียง 86 เสียง เป็นอันว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับคะแนนเห็นชอบมากกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร ดังนั้น จึงถือว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้แต่งตั้งนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 159
อรพรรณ ขันทองคำ ข่าว/เรียบเรียง