นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านเรียกร้องให้วางตัวเป็นกลางในการใช้เวทีรัฐสภาตรวจสอบรัฐบาล กรณีการออกพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 วงเงิน 4 แสนล้านบาท (พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท) ว่าขณะนี้ได้ส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามอำนาจหน้าที่เรียบร้อยแล้ว และยืนยันว่าไม่มีการช่วยเหลือหรือเข้าข้างรัฐบาลตามที่มีการกล่าวอ้าง รวมถึงการที่เคยชี้แจงเกี่ยวกับญัตติด่วนขอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณตามพระราชกำหนดดังกล่าว ไม่ได้เป็นการตัดสินใจส่วนบุคคล แต่เป็นไปตามกระบวนการของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีคณะกรรมการที่รับผิดชอบพิจารณาว่าญัตติดังกล่าวเข้าข่ายเป็นเรื่องด่วนหรือไม่ โดยตนไม่มีส่วนเข้าไปแทรกแซง และเมื่อคณะกรรมการมีความเห็นว่าเป็นญัตติทั่วไป ย่อมต้องดำเนินการบรรจุตามขั้นตอน
ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่าการทำงานของประธานสภาผู้แทนราษฎรมีหน้าที่ประสานความร่วมมือระหว่างฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน เพื่อให้การประชุมดำเนินไปอย่างเรียบร้อย ดังนั้น หากทั้งสองฝ่ายสามารถหารือและตกลงร่วมกันได้ สามารถเสนอเลื่อนญัตติขึ้นมาพิจารณาได้ทันที แต่หากยังไม่มีข้อยุติร่วมกัน จำเป็นต้องดำเนินการตามระเบียบและกลไกของสภา อย่างไรก็ตาม เห็นว่าทุกฝ่ายต่างต้องการทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด แต่การทำงานของรัฐสภาจะเกิดประสิทธิภาพได้ ต้องอาศัยความร่วมมือและความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด พร้อมย้ำว่า ไม่มีประธานสภาผู้แทนราษฎรคนใดต้องการให้การประชุมเกิดความวุ่นวาย เพราะเป้าหมายสำคัญคือการทำให้การทำงานของสภาเป็นไปอย่างราบรื่นและเกิดประโยชน์ต่อประชาชน
คริส พุทธชาติ ข่าว/เรียบเรียง
ทีมข่าววิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา ข้อมูล/ภาพ