นางเอมอร ศรีกงพาน สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม วุฒิสภา กล่าวถึงกรณีที่กระทรวงวัฒนธรรม เสนอชุดไทยขึ้นทะเบียนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโกว่า ส่วนตัวเห็นด้วยอย่างยิ่ง และถือว่าเป็นสิ่งที่ดี มีประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างมากมาย เพราะชุดไทยไม่ได้เป็นเพียงการแต่งกาย แต่เป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่สะท้อนตัวตนของชาติและเชื่อมโยงภูมิภาคต่าง ๆ อย่างลึกซึ้ง ซึ่งการขอขึ้นทะเบียนยูเนสโก ตนถือว่าเป็นการเผยแพร่มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของไทยให้เป็นที่รู้จักต่อประชาคมโลก เพราะยูเนสโกเป็นองค์กรระหว่างประเทศ เป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก หากชุดไทยได้ขึ้นทะเบียนกับยูเนสโก ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับชุดไทยก็จะถูกเผยแพร่ผ่านสื่อต่าง ๆ และทำให้ทั่วโลกได้รับทราบประวัติความเป็นมา อัตลักษณ์ รูปแบบอันงดงาม รวมถึงความทรงคุณค่าของชุดไทยที่สร้างสรรค์จากภูมิปัญญาของคนไทย ที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นมาหลายชั่วอายุคน และพระราชอัจฉริยภาพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
นอกจากนี้การเสนอชุดไทยต่อยูเนสโกจะช่วยสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับคนไทย จากการที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวในไทย และให้ความสนใจสวมใสชุดไทยท่องเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นวัดวาอาราม สถานที่ทางประวัติศาสตร์ ทำให้กลุ่มช่างทอผ้า ช่างตัดเย็บ ร้านเช่าชุดไทย สตูดิโอถ่ายภาพตามแหล่งท่องเที่ยว ทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียน
ส่วนการขึ้นทะเบียนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้มีความหมายกับสังคมไทยในภาพรวมอย่างไร นางเอมอร กล่าวว่า มรดกทางวัฒนธรรม คือสิ่งที่สืบทอดจากอดีตแสดงถึงเอกลักษณ์และภูมิปัญญา มีความสำคัญและสร้างความภาคภูมิใจที่เป็นรากฐานของชาติ แบ่งเป็น มรดกที่จับต้องได้ เช่น โบราณสถาน โบราณวัตถุ วัดวาอาราม และมรดกที่จับต้องไม่ได้ เช่น ประเพณี ศิลปะ การแสดง ช่างฝีมือ ชุดไทย มวยไทย เพราะฉะนั้นการขอขึ้นทะเบียนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ จะมีความหมายต่อสังคมไทยมาก เนื่องจากเป็นการแสดงอัตลักษณ์การแต่งกายชุดประจำชาติของไทย ทำให้อารยประเทศของไทยเป็นที่รู้จักทั่วไป ซึ่งในภาพรวมนั้นก็จะทำให้เกิดความน่าภาคภูมิใจ ช่วยสร้างภาพลักษณ์ เกียรติภูมิ และศักดิ์ศรีที่ดีให้กับคนไทย ในฐานะชนชาติที่มีมรดกทางวัฒนธรรมที่เก่าแก่ และทรงคุณค่า
นางเอมอร กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่าชุดไทยสะท้อนทั้งความเป็นอัตลักษณ์ของชาติและความเชื่อมโยงวัฒนธรรมในภูมิภาค โดยเฉพาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในแง่ของการนุ่งห่มผ้า ที่มีการนำผืนผ้ามานุ่งห่มปกปิดร่างกาย แต่จะแตกต่างตรงที่ชุดไทยมีพัฒนาการมาจากช่างฝีมือ ที่เป็นอัตลักษณ์ที่มีการสืบทอดภูมิปัญญา ความรู้มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่การถักทอ การสร้างสรรค์ออกแบบลวดลายลงบนผืนผ้า การประดับด้วยช่างฝีมือ ประณีต วิจิตรตระการตา และภูมิปัญญาการสวมใส่ให้งดงามตามวาระในโอกาสต่าง ๆ โดยเฉพาะชุดไทยพระราชนิยมสำหรับสตรี ที่สะท้อนความเป็นไทยออกมา
ทั้งนี้ นางเอมอร กล่าวอีกว่า ไทยควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมร่วมกับประเทศอื่นก่อนว่ามีขอบเขตแค่ไหน ซึ่งวัฒนธรรมร่วมมีลักษณะโดยรวม มีความเชื่อมโยงแบบหลวม ๆ แต่ภายใต้วัฒนธรรมร่วมจะมีองค์ประกอบย่อยหลายองค์ประกอบ และแต่ละองค์ประกอบจะมีลักษณะไม่เหมือนกัน เรียกว่า อัตลักษณ์ ซึ่งจากกระแสวัฒนธรรมร่วมสะท้อนให้เห็นว่าประเทศใกล้เคียงอาจจะได้รับอิทธิพล หรือองค์ความรู้ หรือการปฏิบัติมาจากแหล่งเดียวกัน ดังนั้นการขึ้นทะเบียนกับยูเนสโกจึงมีหลายลักษณ์ทั้งขึ้นทะเบียนเดี่ยวและขึ้นทะเบียนร่วม ซึ่งการที่คนไทยให้ความสนใจและออกมาแสดงความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าว แสดงให้เห็นว่าคนไทยมีความรัก ห่วงแหนวัฒนธรรมของตัวเอง มรดกทางวัฒนธรรมประจำชาติไทยที่มีมาอย่างยาวนาน และคนไทยพร้อมจะรักษา ปกป้อง ต่อยอด วัฒนธรรมอันล้ำค่าให้คงอยู่กับประเทศไทยต่อไป
คริส พุทธชาติ ข่าว/เรียบเรียง (แฟ้มภาพ)