นายพละวัต ตันศิริ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวถึงกรณีอุบัติเหตุรุนแรงบนทางหลวงชนบทสาย 1421 จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นถนนตัดใหม่เชื่อมเส้นทางการค้าระหว่างไทย ลาว และจีน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย และมีผู้รอดชีวิตเพียง 1 ราย ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงความจำเป็นที่กระทรวงคมนาคมจะต้องทบทวนมาตรการด้านความปลอดภัยบนท้องถนน โดยเฉพาะนโยบายของกรมทางหลวงชนบทที่เริ่มดำเนินมาตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 69 ซึ่งกำหนดให้ปิดไฟส่องสว่างในบางเส้นทางหลังเวลา 22.00 น. และปรับสัญญาณไฟจราจรเป็นไฟกระพริบในพื้นที่ที่มีปริมาณการจราจรน้อย เพื่อลดการใช้พลังงาน
นายพละวัต กล่าวว่าจากข้อมูลที่ได้รับ อุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณจุดตัดที่ประชาชนเรียกว่าแยกวัดใจ ซึ่งมีการปรับสัญญาณไฟจราจรจากระบบปกติเป็นไฟกระพริบหลังเวลา 22.00 น. ส่งผลให้ผู้ใช้เส้นทางจากหลายทิศทางอาจไม่ทันสังเกตหรือชะลอความเร็ว จนเกิดการชนกันระหว่างรถกระบะและรถยนต์นั่งส่วนบุคคล เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย และมีเด็กอายุ 12 ปีรอดชีวิตเพียงคนเดียว
นายพละวัต กล่าวว่า จากเหตุการณ์ความสูญเสียที่เกิดขึ้น ตนจึงมีข้อเสนอแนะมาตรการแก้ไขปัญหาต่อกระทรวงคมนาคม 3 ด้านหลัก ประกอบด้วย มาตรการด้านแสงสว่างและความปลอดภัย ขอให้มีการเปิดสัญญาณไฟจราจรตลอด 24 ชั่วโมง ดูแลไฟส่องสว่างให้เพียงพอ และถางหญ้าในจุดที่บดบังทัศนวิสัย ส่วนมาตรการควบคุมและป้องกันเหตุ ขอให้มีการติดตั้งกล้องตรวจจับความเร็ว ป้ายเตือนอุบัติเหตุ และเพิ่มเครื่องหมายจราจรให้ชัดเจน ด้านการแก้ไขโครงสร้างในระยะยาว ขอให้มีการศึกษาการสร้างทางต่างระดับหรือทางลอดเพื่อลดจุดตัดจราจร และยกระดับความปลอดภัยให้สอดคล้องกับปริมาณการจราจรในอนาคต พร้อมกล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า ตนขอให้กระทรวงคมนาคมเร่งปรับปรุงมาตรการดังกล่าวโดยเร็ว เพื่อลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนในอนาคต
คณรัตน์ ยินดีมิตร / ข่าว / เรียบเรียง