16 มิ.ย.69 - สส.นนท์ พรรคประชาชน รับหนังสือจากกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกกระท่อม ขอช่วยประสานรัฐเร่งระงับนำเข้าจากต่างประเทศ หวั่นกลุ่มทุนสร้างภาวะขาดแคลนเทียม ทำราคากระท่อมไทยตกต่ำ 

image

         นายนนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดนนทบุรี พรรคประชาชน รับหนังสือจากนายชัยวัฒ ทรัพย์แก้ว ตัวแทนกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกกระท่อม และคณะ เพื่อขอให้สภาผู้แทนราษฎรประสานงานไปยังรัฐบาลในการเร่งแก้ไขวิกฤตราคาผลผลิตตกต่ำ และป้องกันกลุ่มทุนที่พยายามผลักดันการนำเข้าวัตถุดิบพืชกระท่อมจากต่างประเทศ
           โดย กลุ่มเกษตรกรและผู้ประกอบการพืชกระท่อมประสบปัญหาผลผลิตใบกระท่อมหายไปจากตลาดในปัจจุบันอย่างผิดปกติ ทั้งที่เป็นช่วงฤดูฝนซึ่งเป็นฤดูกาลที่พืชกระท่อมเจริญเติบโตดีและมีผลผลิตสะสมมากที่สุด จึงตั้งข้อสังเกตว่าอาจเกิดจากการกักตุนสินค้าของกลุ่มทุน เพื่อสร้างภาวะขาดตลาดชั่วคราว สำหรับใช้เป็นข้ออ้างขออนุญาตนำเข้าใบกระท่อมราคาถูกจากต่างประเทศ ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวจะบิดเบือนกลไกตลาดและกดราคาผลผลิตในประเทศจนเกษตรกรไทยไม่สามารถอยู่รอดได้ นอกจากนี้ การนำเข้าดังกล่าวยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ประกอบการไทยที่ไม่สามารถแข่งขันด้านราคากับวัตถุดิบต่างประเทศในเวทีการขับเคลื่อนกระท่อมไทย สู่พืชเศรษฐกิจมูลค่าสูงได้ ทางกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบเห็นว่าสภาผู้แทนราษฎรมีความเข้าใจบริบทเศรษฐกิจการเกษตรเป็นอย่างดี จึงขอให้ช่วยประสานภาครัฐเข้ามาเร่งช่วยเหลือและส่งเสริมพืชกระท่อมให้เป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือกที่ยั่งยืน ทั้งในด้านการตลาดและการจัดหาแหล่งเงินทุนแก่เกษตรกรต่อไป
           ด้าน นายนนท์ กล่าวว่า นับตั้งแต่ปลดล็อกพืชกระท่อมเมื่อปี 2565 พื้นที่เพาะปลูกในประเทศขยายตัวก้าวกระโดดกว่า 12,000 ไร่ มีเกษตรกรขึ้นทะเบียนเกือบ 10,000 ราย และมีผู้บริโภคในระบบกว่า 1.3 ล้านคน สะท้อนว่าผลผลิตในประเทศมีมหาศาลและล้นตลาดอยู่แล้ว แต่ปัจจุบันเกษตรกรกลับเผชิญภัยคุกคามจากกลุ่มทุนและโรงงานสกัดขนาดใหญ่ ที่พยายามสร้างภาวะขาดแคลนเทียม โดยตั้งเกณฑ์มาตรฐานรับซื้อไว้สูงเกินจริง เพื่อใช้เป็นข้ออ้างกดดันภาครัฐ โดยเฉพาะสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ส.) และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ให้ผ่อนปรนการนำเข้าพืชกระท่อมบดแห้งต้นทุนต่ำจากอินโดนีเซีย ซึ่งมีราคาเพียง 70 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ต้นทุนของไทยสูงถึง 140–170 บาทต่อกิโลกรัม โดยแรงจูงใจดังกล่าวเกิดจากส่วนต่างกำไรเนื่องจากต้นทุนต่างประเทศถูกกว่ามาก
           สำหรับการอ้างเงื่อนไขนำเข้ามาแปรรูปเพื่อส่งออก 100% โดยไม่กระทบตลาดในประเทศนั้น ถือเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนและลอยแพเกษตรกรไทยอย่างสิ้นเชิง อีกทั้งยังเสี่ยงเกิดการรั่วไหลมาปะปนในตลาด ซึ่งขัดต่อเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) พืชกระท่อม พ.ศ. 2565 ที่มุ่งคุ้มครองเศรษฐกิจฐานราก ตนจึงขอเสนอ 3 ข้อเรียกร้องเร่งด่วนถึงรัฐบาล ประกอบด้วย ให้สำนักงาน ป.ป.ส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปฏิเสธการออกใบอนุญาตนำเข้าพืชกระท่อมจากต่างประเทศทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้นพิเศษ เช่น การนำเข้าในเขตปลอดภาษีอากร พร้อมทั้งสั่งการให้กองทัพเรือและกรมศุลกากร เข้มงวดการสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าใบกระท่อมผิดกฎหมายทางเรือฝั่งภาคใต้ ตลอดจนบังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.บ.พืชกระท่อมฯ อย่างเคร่งครัด อย่างไรก็ตาม พืชกระท่อมต้องเป็นพืชเศรษฐกิจของเกษตรกร ไม่ใช่เครื่องมือทำกำไรของกลุ่มทุน ซึ่งตนจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และจะไม่ยอมให้ช่องว่างทางกฎหมายมาเอื้อประโยชน์ต่อการนำเข้าวัตถุดิบมาทำลายอาชีพเกษตรกรไทยโดยเด็ดขาด

อรุณี ตันศักดิ์ดา ข่าว/เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ