นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา พร้อมด้วยนายวีรยุทธ สร้อยทอง ประธานคณะอนุ กมธ. พัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน และนายสุนทร พฤกษพิพัฒน์ ประธานคณะอนุ กมธ.การคุ้มครองผู้บริโภค ใน กมธ. ร่วมแถลงผลการประชุมติดตามสถานการณ์การบริหารจัดการและการควบคุมต้นทุนด้านพลังงาน และสินค้าในภาวะวิกฤตการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง หลังเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมธุรกิจพลังงาน สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง กรมการค้าภายใน และสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ร่วมให้ข้อมูล
นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า ที่ประชุมยังไม่สามารถสรุปได้ชัดเจนว่าน้ำมันในระบบขาดแคลนด้วยสาเหตุใดและอยู่ที่ใด โดยตั้งข้อสังเกตว่าการตรวจสอบสต็อกน้ำมันของภาครัฐที่ผ่านมาครอบคลุมเพียงปั๊มน้ำมันปลายทาง แต่ยังไม่มีการตรวจสอบโรงกลั่นซึ่งเป็นต้นทางอย่างจริงจัง กมธ.จึงมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อรัฐบาล โดยเห็นว่า สิ่งเร่งด่วนที่สุดในขณะนี้ คือ การเรียกร้องให้โรงกลั่นเปิดเผยข้อมูลสต็อกน้ำมัน กำลังการผลิต ปริมาณการจำหน่าย และโควตาต่าง ๆ ตั้งแต่ช่วงก่อนเกิดวิกฤตจนถึงปัจจุบัน เพื่อพิสูจน์ว่าไม่มีพฤติกรรมกักตุนหรือชะลอการขายตามที่สังคมตั้งข้อสงสัย และขอให้รัฐบาลใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 ดึงกำไรส่วนเกินจากค่าการกลั่นที่พุ่งสูงจาก 2 บาท เป็น 6 บาทต่อลิตร รวมถึงกำไรจากสต็อกน้ำมันที่ซื้อไว้ในราคาถูกก่อนหน้านี้คืนเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยอ้างอิงแนวทางของประเทศในยุโรปที่ดำเนินการในลักษณะเดียวกันในช่วงสงครามรัสเซีย - ยูเครน ซึ่งสามารถดึงกำไรส่วนเกินกลับคืนได้ถึงร้อยละ 90
นอกจากนี้ กมธ.ยังเสนอให้ยกเลิกการอ้างอิงราคาน้ำมันตามราคาสิงคโปร์ที่มีการบวกค่าขนส่งและค่าพรีเมียมเสมือนการนำเข้าจากต่างประเทศ ทั้งที่ประเทศไทยมีศักยภาพในการกลั่นน้ำมันได้เองภายในประเทศ ซึ่งโครงสร้างราคาดังกล่าวสร้างภาระต่อประชาชนกว่าปีละ 36,000 ล้านบาท พร้อมกันนี้ยังเรียกร้องให้เร่งรัดนำระบบออนไลน์ติดตามน้ำมันในถังสำรองที่กำหนดไว้ในปี 2570 มาใช้โดยเร็ว เพื่อให้สามารถตรวจสอบปริมาณน้ำมันได้แบบเรียลไทม์ และป้องกันการกักตุนและการรายงานข้อมูลเท็จในอนาคต
ส่วนมาตรการบรรเทาภาระประชาชน กมธ.เสนอให้ลดภาษีสรรพสามิตเป็นการชั่วคราว และปรับเปลี่ยนรูปแบบการอุดหนุนราคาน้ำมันจากแบบถ้วนหน้าเป็นแบบพุ่งเป้าเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ได้แก่ เกษตรกรและภาคขนส่งสาธารณะ เพื่อประหยัดงบประมาณและบรรเทาภาระค่าครองชีพให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด
สำหรับการปฏิรูปโครงสร้างพลังงานในระยะยาว กมธ.เสนอให้ผลักดันการจัดตั้งคลังน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์ของรัฐ (SPR) เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน เพื่อลดการพึ่งพาก๊าซแอลเอ็นจี และพิจารณาเปิดตลาดซื้อขายไฟฟ้าแบบเสรี แทนระบบสัญญาระยะยาวในปัจจุบันที่ทำให้ขาดความยืดหยุ่นในการต่อรองราคากับผู้ผลิตไฟฟ้า
นายนรเศรษฐ์ กล่าวแสดงความห่วงใยว่า หากรัฐบาลไม่เร่งดำเนินมาตรการรองรับ ประชาชนจะต้องเผชิญกับภาระค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นอีกระลอกในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง ทั้งจากค่าไฟฟ้าที่คาดว่าจะปรับขึ้นในเดือนพฤษภาคม และราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่ผู้ผลิตรายใหญ่ส่งสัญญาณว่าจะไม่สามารถตรึงราคาได้ต่อเนื่องหลังสิ้นเดือนเมษายนนี้
อรุณี ตันศักดิ์ดา ข่าว/เรียบเรียง