นายวิรัตน์ ธรรมบำรุง สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา ได้แสดงความกังวลต่อทุกภาคส่วนของประเทศจากวิกฤตน้ำมันเชื้อเพลิง โดยเฉพาะภาคการเกษตร ปศุสัตว์ การประมง ล้วนต้องพึ่งพาน้ำมันเป็นหลัก ขณะนี้ชาวนาได้รับความเดือดร้อนหนัก เพราะข้าวกำลังตั้งท้อง จำเป็นจะต้องมีการสูบน้ำใส่นาข้าว ซึ่งจะต้องใช้น้ำมัน ทำให้มีต้นทุนการผลิตและปัจจัยการผลิตที่สูงขึ้น ตนเชื่อมั่นว่าจะไม่ถึงขั้นเป็นวิกฤตด้านความมั่นคงทางอาหาร เพราะยังสต๊อกอาหารและน้ำมันยังมีอยู่ แต่ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นแน่นอน ดังนั้นขอให้เกษตรกรต้องต่อสู้ เพราะคาดว่าในปีนี้แทบจะไม่มีผลกำไร นอกจากนี้ยังมีสวนผลไม้ อย่างทุเรียน ซึ่งเป็นผลไม้หลักที่เกษตรกรขยายพื้นที่ปลูกมากขึ้น ทำรายได้ให้ประเทศได้อย่างมหาศาล โดยในช่วงนี้เป็นช่วงหน้าแล้ง ทุเรียนกำลังออกดอก มีลูกเล็ก ๆ จะต้องดูแลเรื่องน้ำมากที่สุด เพราะต้องการน้ำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อบำรุงต้นและผล ถือเป็นการเพิ่มต้นทุน พร้อมฝากให้ชาวเกษตรกร ดูแลควบคุมการใช้น้ำ น้ำมันเชื้อเพลิงที่มีอยู่จำกัด รักษาสภาพและความเหมาะสมกับผลไม้เพื่อให้ผ่านวิกฤตนี้ไปให้ได้ แต่หากเป็นวิกฤตที่ต่อเนื่องและยาวนานจะส่งผลให้ผลผลิตเสียหายอย่างมหาศาล
ขณะที่ภาคปศุสัตว์และภาคการประมง นายวิรัตน์ กล่าวว่า ตนมีความกังวลในเรื่องของอาหารสัตว์ที่ต้นทุนจะสูงขึ้นอย่างแน่นอน โดยพาะฟาร์มเลี้ยงไก่ ฟาร์มเลี้ยงโคนม เพราะกระบวนการติดตามสัตว์ กระบวนการผลิต และการแปรรูปอาหารจะใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ทำให้ราคาสินค้าจะต้องขยับขึ้นทั้งหมด แต่อย่างไรก็ตามทุกภาคส่วนต้องช่วยกันกวดขัน ชาวเกษตรกรต้องควบคุมและผ่านวิกฤตนี้ไปให้ได้
ทั้งนี้มาตรการเร่งด่วนที่ภาครัฐควรเร่งดำเนินการเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรในช่วงน้ำมันขาดแคลน นายวิรัตน์ กล่าวว่า ในอนาคตการจัดสรรน้ำมันของภาคการเกษตรจะต้องแยกออกมาให้ชัดเจน พร้อมเสนอแนะให้รัฐบาลใช้ไบโอดีเซลจากน้ำมันปาล์มมาเป็นแหล่งพลังงานทางเลือก โดยใช้น้ำมันดีเซลที่มีสัดส่วนผสมไบโอดีเซลร้อยละ 10 (B10) สำหรับรถยนต์ทั่วไป ใช้น้ำมันดีเซล B20 สำหรับเครื่องจักรกลการเกษตร เรือประมง และพลังงานชีวะมวล เรื่องนี้รัฐบาลสามารถทำได้ทันทีอย่างยั่งยืน เพื่อลดน้ำมันดีเซลที่กำลังหายากในขณะนี้ เพิ่มน้ำมันในภาคการเกษตรที่มีอยู่ในประเทศเรา ซึ่งจะทำให้ราคาของปาล์มน้ำมันมีเสถียรภาพ ถือเป็นการให้ช่วยเหลือชาวสวนปาล์มอีกด้วย ทั้งนี้ตนเชื่อมั่นว่าหลังผ่านพ้นวิกฤตไปได้รัฐบาลและทุกภาคส่วนสามารถปรับใช้พลังงานและน้ำมันเชื้อเพลิงได้ เพราะเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ตระหนักได้ว่าน้ำมัน คือ หัวใจสำคัญ ทุกภาคส่วนล้วนต้องพึ่งพาน้ำมันเป็นหลัก พร้อมฝากไปยังชาวเกษตรกรว่า อย่าประมาท รู้จักใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ต้องควบคุมการใช้อย่างประหยัดเพื่อให้ผลิตมีความบูรณ์ ซึ่งหากเสียหายในช่วงนี้จะขาดทุนเป็นอย่างมาก
คริส พุทธชาติ ข่าว/เรียบเรียง (แฟ้มภาพ)