นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง (ศบก.) ชี้แจงถึงกรณีการปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลแบบก้าวกระโดด 6 บาทต่อลิตรในคืนเดียว ว่า มาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ ราคาอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง และการรักษาระยะห่างของราคากับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะประเทศมาเลเซีย
สรุปประเด็น ดังนี้
1. ทำไมต้องขึ้น 6 บาท
สกัดกัดน้ำมันเถื่อน : เพื่อรักษาส่วนต่างราคากับมาเลเซีย (45 บาท/ลิตร) ป้องกันการลักลอบขนน้ำมันที่รัฐอุดหนุนออกนอกประเทศ
กลไกตลาด : ราคาอ้างอิงสิงคโปร์พุ่งสูง และเพื่อหยุดภาวะโกลาหลที่ประชาชนแห่กักตุนจนน้ำมันขาดปั๊ม
2. การบริหารจัดการและข้อครหา
เลิกประกาศช่วงดึก : เตรียมชงคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง หรือ (กบน.) ประกาศราคาช่วง 18.00 น. แทน 22.00 น. เพื่อลดกระแสวิจารณ์และให้ประชาชนเตรียมตัวทัน
โต้ข้อมูลอินไซด์ PT : ยืนยันไม่รู้ล่วงหน้า (เพิ่งทราบตอน 21.00 น.) ปัจจุบันไม่ได้บริหาร PT และไม่มีอำนาจชี้นำ ปั๊ม PT ที่มีน้ำมันขายเป็นเพราะการบริหารโควตาจากหลายโรงกลั่นเพื่อดูแลแฟรนไชส์
3. สาเหตุน้ำมันขาดตลาด
พฤติกรรม "กองทัพมด" : เกิดจากความตื่นตระหนก ทั้งประชาชนที่แห่เติมเต็มถังตลอดเวลา และภาคธุรกิจที่สั่งเติมแท็งก์สำรองพร้อมกัน ทำให้น้ำมันหายจากระบบวันละหลายสิบล้านลิตร ไม่ใช่ฝีมือ "ไอ้โม่ง"
4. มาตรการรัฐและแนวโน้มราคา
กางหน้าตัก : กองทุนน้ำมันติดลบได้ถึง 1.2 แสนล้านบาท และมีเครื่องมือภาษีสรรพสามิตช่วยได้อีก 5-6 บาท/ลิตร
ไม้ตายสุดท้าย : จี้โรงกลั่นลดค่าการกลั่น หากไม่คืบหน้าอาจใช้กฎหมาย "ภาษีลาภลอย" เก็บกำไรส่วนเกิน
คำเตือน : หากสงครามไม่จบ ราคาดีเซลมีสิทธิ์แตะ 50 บาท/ลิตร
5. ความมั่นใจช่วงสงกรานต์ ยืนยัน "น้ำมันไม่ขาดปั๊ม" โดยเตรียมรถบรรทุกน้ำมันเคลื่อนที่สแตนด์บายตามจุดพักรถและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศ
ทัดดาว ทองอิ่ม ข่าว / เรียบเรียง