นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา อภิปรายในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาวาระการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา โดยตั้งข้อสังเกตต่อคำแถลงนโยบายของรัฐบาลว่า รัฐบาลชุดนี้น่าจะเป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพมากที่สุดชุดหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่ไม่ได้มาจากการรัฐประหาร เนื่องจากสามารถรักษาเสียงข้างมากได้ทั้งในวุฒิสภา สภาผู้แทนราษฎร และมีความสัมพันธ์กับองค์กรอิสระ และได้วิเคราะห์โครงสร้างการจัดตั้งรัฐบาลว่าประกอบด้วย 5 คลัสเตอร์หลัก ได้แก่ คลัสเตอร์แรก คือ บรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ย้ายมาสังกัดพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งที่ผ่านมา คลัสเตอร์ที่สอง คือ พรรคการเมืองอันดับสองในรัฐบาลซึ่งมีอำนาจต่อรองจำกัด เนื่องจากพรรคนำรัฐบาลสามารถปรับเปลี่ยนพรรคร่วมได้โดยยังคงรักษาเสียงข้างมากไว้ได้ คลัสเตอร์ที่สาม คือ พรรคร่วมรัฐบาลขนาดเล็กราว 20 กว่าเสียง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาความยืดหยุ่นของการจัดสรรพรรคร่วมรัฐบาล คลัสเตอร์ที่สี่ คือ สมาชิกรัฐสภาที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งและองค์กรอิสระ ซึ่งมีบทบาทในกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และคลัสเตอร์ที่ห้า คือ กลุ่มบุคคลที่มีบทบาทในการรักษาเสถียรภาพโดยรวมของรัฐบาล
นายณัฐพงษ์ ตั้งข้อสังเกตว่า โครงสร้าง 5 คลัสเตอร์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าการจัดตั้งรัฐบาลเกิดจากการประสานประโยชน์ระหว่างกลุ่มการเมืองต่าง ๆ มากกว่าการกำหนดวาระร่วมกันเพื่อประชาชนหรือไม่ และแม้จะรับฟังคำแถลงนโยบาย 23 ข้อจบแล้ว ยังไม่เห็นทิศทางและพันธกิจของรัฐบาลที่ชัดเจน โดยเฉพาะในประเด็นการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกทางการเมืองของประชาชน ซึ่งไม่ปรากฏอยู่ในคำแถลงนโยบายฉบับนี้ พร้อมชี้ให้เห็นว่า วิกฤตสำคัญที่ประเทศเผชิญอยู่ในขณะนี้ ทั้งวิกฤตราคาพลังงาน ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ปัญหาเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ และความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน ล้วนส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยตรง โดยยกตัวอย่างกรณีราคาน้ำมันที่ยังไม่มีการกำกับดูแลค่าการกลั่นให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง และกรณีฝุ่น PM 2.5 ที่ยังไม่มีการเร่งผลักดันกฎหมายอากาศสะอาด ทั้งที่รัฐบาลมีเสียงข้างมากเพียงพอในการดำเนินการ
นายณัฐพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ด้วยเสียงข้างมากที่รัฐบาลมีอยู่ หากมีความมุ่งมั่นและเจตจำนงทางการเมืองที่ชัดเจน ย่อมสามารถขับเคลื่อนนโยบายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างเต็มที่ สิ่งที่ประชาชนคาดหวังคือการบริหารงานที่ยึดถือหลักธรรมาภิบาลและความถูกต้อง เพื่อนำพาประเทศไปสู่การเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น ทั้งนี้ พรรคประชาชน ยืนยันจะทำหน้าที่ในสภาอย่างสร้างสรรค์ โดยมุ่งเน้นการนำเสนอแนวทางที่สร้างอนาคตให้แก่ประชาชน และผลักดันให้เกิดการปฏิรูปการเมืองที่ปราศจากระบบพวกพ้องและการแสวงหาผลประโยชน์ เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนอย่างแท้จริง
อรุณี ตันศักดิ์ดา ข่าว/เรียบเรียง