คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสมาชิกวุฒิสภา(สว.) พบประชาชน กลุ่มภาคเหนือ (ตอนบน) นำโดย นายพละวัต ตันศิริ ลงพื้นที่จังหวัดเชียงราย เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอแม่สาย ตรวจสอบความคืบหน้าการดำเนินงานและการจัดสรรงบประมาณ รวมถึงปัญหามลพิษทางน้ำ โดยเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และประชาชน ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เชียงราย
จากการติดตาม พบว่าจังหวัดได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมควบคุมมลพิษ และสถาบันการศึกษา ในการตรวจสอบคุณภาพน้ำอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมแม่น้ำสายสำคัญ ได้แก่ แม่น้ำกก แม่น้ำสาย และแม่น้ำลวก โดยภาพรวมยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน พร้อมนำเทคโนโลยี เช่น แอปพลิเคชันติดตามข้อมูล มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวัง ขณะเดียวกัน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เชียงราย ได้นำเสนอศักยภาพห้องปฏิบัติการตรวจสารปนเปื้อน เช่น โลหะหนักและสารตกค้างในอาหาร ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนายกระดับสู่มาตรฐานสากล อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อจำกัดด้านเครื่องมือ งบประมาณ และความซ้ำซ้อนของหน่วยงานกำกับดูแล
คณะกรรมการโครงการ สว.พบประชาชนฯ จึงเสนอให้พัฒนาระบบตรวจสอบแบบ One Stop Service เพื่อบูรณาการข้อมูล ลดความซ้ำซ้อน และสนับสนุนงบประมาณอย่างเป็นระบบ รวมถึงยกระดับห้องปฏิบัติการให้ได้มาตรฐานสากล นอกจากนี้ ได้ลงพื้นที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง รับฟังข้อมูลจากภาคประชาสังคม พบความเสี่ยงการปนเปื้อนโลหะหนัก โดยเฉพาะสารหนู ในลุ่มน้ำสำคัญ ซึ่งอาจสะสมในตะกอน สัตว์น้ำ และส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว แม้ภาพรวมยังไม่เกินค่ามาตรฐาน แต่บางพื้นที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด อีกทั้งยังมีปัญหามลพิษข้ามพรมแดนที่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศ ส่วนแนวทางแก้ไข เสนอให้จัดตั้งห้องปฏิบัติการกลางตรวจโลหะหนักในพื้นที่เสี่ยง พร้อมมาตรการเร่งด่วน เช่น เฝ้าระวังการบริโภคสัตว์น้ำ พัฒนาแหล่งน้ำดิบและระบบประปา ใช้เทคโนโลยีบำบัดน้ำ และดูแลผู้ได้รับผลกระทบ
สำหรับการบริหารจัดการน้ำท่วม จังหวัดมีแผนระยะสั้นซ่อมแซมแนวป้องกันน้ำและจัดตั้งศูนย์อพยพ และแผนระยะยาวปรับปรุงลำน้ำ โครงสร้างป้องกันน้ำ และรื้อถอนสิ่งกีดขวางทางน้ำ ขณะที่ปัญหา PM2.5 จากการเผาในพื้นที่ เสนอให้ควบคุมการเผาอย่างเข้มงวด บังคับใช้กฎหมาย และผลักดันกฎหมายอากาศสะอาด ควบคู่การใช้เทคโนโลยี เช่น ดาวเทียมและ AI ในการติดตามสถานการณ์
ทั้งนี้ คณะกรรมการโครงการ สว.พปประชาชนฯ จะรวบรวมข้อเสนอเข้าสู่กลไกวุฒิสภา เพื่อผลักดันเชิงนโยบายและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มุ่งแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและภัยพิบัติอย่างเป็นระบบและยั่งยืนต่อไป
อรพรรณ ขันทองคำ ข่าว/เรียบเรียง
สำนักประชาสัมพันธ์ สนง.เลขาธิการวุฒิสภา ข้อมูล/ภาพ