นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน ในฐานะประธานกรรมาธิการ (กมธ.) การคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะกรรมาธิการฯ วาระเหตุรถไฟชนรถเมล์ ว่า ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาครบทุกหน่วยงาน ทั้งอธิบดีกรมการขนส่งทางราง อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ประธานกรรมการกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้กำกับการ สถานีตำรวจนครบาลมักกะสัน ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง กรุงเทพมหานคร โดยจะต้องหาข้อเท็จจริงให้ได้ทั้งหมด ขณะที่ก่อนหน้านี้มีข่าวออกมาว่า พนักงานขับรถไฟอยู่บนรถและอยู่บริเวณด้านหน้า จึงต้องหาข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร รวมถึงระบบการทำงานของสัญญาณรถไฟมีมาตรฐานความปลอดภัยเพียงพอหรือไม่ และนอกจากธงแดงแล้วยังมีระบบอื่น ๆ อีกหรือไม่ ที่ทำให้คนขับรถรู้ก่อนล่วงหน้าว่ามีอุปสรรคอยู่ข้างหน้า จากนั้นค่อยมาขยายในประเด็นภาพรวม ทั้งปัญหาจราจร หรือปัญหาอุบัติเหตุในพื้นที่รอบ ๆ จุดเกิดเหตุ
นายศุภณัฐ กล่าวอีกว่า ข้อเท็จจริงที่ยังกลับไปกลับมาอยู่ในตอนนี้ คือ ระยะทางในการเบรกตั้งแต่ 200 เมตร ถึง 2 กิโลเมตร ที่ต้องหาข้อเท็จจริงร่วมกัน ซึ่งน่าเสียดายที่ครั้งนี้ไม่ได้เชิญสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.) มาร่วมประชุมด้วย แต่หากมีข้อเท็จจริงที่ไม่ตรงกันเพิ่มเติมคงต้องเชิญมาให้ข้อมูลภายหลัง นอกจากนี้ ยังต้องตรวจสอบบุคลากรของการรถไฟฯ ด้วย
ส่วนกรณีที่ สร.รฟท. มีหนังสือแถลงการณ์ออกมา จะได้นำมาเปิดในที่ประชุม เพื่อให้หน่วยงานชี้แจง และจะพิจารณาว่าสามารถรับฟังได้มากน้อยแค่ไหน เชื่อว่าอธิบดีกรมการขนส่งทางรางจะสามารถชี้แจงรายละเอียดได้อย่างครบถ้วน เพราะเป็นผู้ตรวจสอบเรื่องนี้อยู่แล้ว ซึ่งหากวันนี้พิจารณาไม่จบก็จะนัดมาประชุมใหม่
ทั้งนี้ ในที่ประชุมได้พิจารณาเริ่มตั้งแต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สภาพปัญหาในพื้นที่ วิศวกรรมจราจร การแก้ไขปัญหา ตลอดจนแนวทางการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ
ทัดดาว ทองอิ่ม ข่าว / เรียบเรียง