นายจูรี นุ่มแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในพื้นที่ภาคใต้ หลังได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากกรณีที่ประเทศมาเลเซียประกาศระงับการนำเข้ากุ้งไทย 5 สายพันธุ์ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคากุ้งตกต่ำทันที
นายจูรี เปิดเผยว่า โดยปกติแล้ว ภาคใต้ของไทยจะมีการส่งออกกุ้งไปยังประเทศมาเลเซียเฉลี่ยสูงถึงวันละ 30 ตันทุกวัน ซึ่งช่วยพยุงให้ราคากุ้งในประเทศอยู่ในเกณฑ์ที่ดี และช่วยระบายผลผลิตกุ้งจากภาคอื่น ๆ เข้ามาขายในพื้นที่ได้ด้วย แต่หลังจากมาเลเซียประกาศมาตรการระงับนำเข้า ส่งผลให้เกิดภาวะกุ้งล้นตลาดและค้างอยู่ในบ่อเลี้ยงของเกษตรกรเวลานี้รวมกันเป็นล้าน ๆ กิโลกรัม อีกทั้งยังฉุดให้ราคากุ้งหน้าบ่อตกลงทันทีถึงกิโลกรัมละ 40–50 บาท ซึ่งหากปล่อยให้สถานการณ์ลากยาวไปมากกว่านี้ กุ้งที่ค้างอยู่ในบ่อจะเริ่มทยอยตาย และทำให้ต้นทุนการเลี้ยงของเกษตรกรยิ่งพุ่งสูงขึ้นจนแบกรับไม่ไหว
นายจูรี กล่าวต่อไปว่า ปัญหานี้แก้ไขได้ไม่ยากเนื่องจากที่ผ่านมาประเทศไทยมีความสัมพันธ์อันดีกับประเทศมาเลเซียมาโดยตลอด จึงขอเรียกร้องไปยังนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้เร่งเจรจาโดยตรงกับทางการมาเลเซียเป็นการด่วน ทั้งนี้ อยากให้รัฐบาลเร่งเจรจาขอผ่อนปรนมาตรการระงับการนำเข้ากุ้งในครั้งนี้ออกไปก่อน เพื่อเปิดทางให้เกษตรกรสามารถจับกุ้งที่ค้างอยู่เต็มบ่อส่งออกไปขายเพื่อดึงเงินทุนกลับคืนมา ส่วนประเด็นความขัดแย้งหรือการตอบโต้ทางการค้าในเรื่องปลากะพงที่มีปัญหากันอยู่ก่อนหน้านี้ เมื่อช่วยเกษตรกรระบายกุ้งเสร็จสิ้นแล้ว ค่อยมาตั้งโต๊ะเคลียร์ใจและแก้ปัญหากันในภายหลังได้ จึงขอวิงวอนให้รัฐบาลเร่งลงมือทำทันทีเพื่อต่อลมหายใจให้เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในภาคใต้
ทัดดาว ทองอิ่ม ข่าว / เรียบเรียง