นายนิกร จำนง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทยมีมติถอนชื่อจากการลงชื่อกับร่างพรรคเพื่อไทยว่า พรรคภูมิใจไทยพบประเด็นที่น่ากังวลว่า เนื้อหาจะขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 18/2568 ในส่วนที่ว่า การจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องเป็นไปตามบทบัญญัติ หมวด 15 การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ซึ่งรัฐสภามีอำนาจแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญได้ แต่รัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง ซึ่งเหตุผลสำคัญพรรคภูมิใจไทยเห็นว่า ร่างของพรรคเพื่อไทยอาจตีความได้ว่า เป็นกรณีที่รัฐสภาให้ประชาชนเลือกเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง เนื่องจากร่างของพรรคเพื่อไทยกำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) โดยตรง 300 คน และให้รัฐสภาเลือกให้เหลือ 100 คน ก็อาจเป็นประเด็นโต้แย้งได้ในเรื่องเจตจำนงของประชาชนในการเลือก สสร. เนื่องจากหากรัฐสภาเลือกบุคคลที่ได้รับคะแนนน้อยในจังหวัดนั้นเป็น สสร. แทนที่จะเลือกคนที่ได้คะแนนสูงสุดในแต่ละจังหวัด ถือเป็นการขัดกับเจตจำนงของประชาชนหรือไม่ ซึ่งเท่ากับเป็นการบังคับให้รัฐสภาเลือก สสร. ที่ได้คะแนนสูงสุดโดยปริยาย กรณีดังกล่าวตีความได้ว่า รัฐสภากำหนดให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญโดยตรงหรือไม่ เพราะหากรัฐสภาไม่เลือกตามคะแนนสูงสุดก็จะทำให้เกิดความขัดแย้ง เชิงเหตุผลและลำดับชั้นของอำนาจระหว่างรัฐสภากับเจตจำนงของประชาชนในการเลือก สสร. อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นายนิกร ยืนยันว่า พรรคภูมิใจไทยมีความจริงใจที่จะแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมให้สำเร็จ เพื่อให้การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่สอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 18/2568 ด้วยเพื่อที่จะไม่ให้เกิดกรณีการร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญอีกว่า ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่เสนอนั้นขัดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะทำให้กระบวนการล่าช้าหรือระยะเวลาทอดยาวออกไปอีก สิ่งที่พรรคภูมิใจไทยให้ความสำคัญคือการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
ส่วนกรณีที่นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) นัดหมายไปหาหรือร่วมกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ นายนิกร กล่าวว่า สามารถจะทำได้ แต่การไปปรึกษาหารือก็เป็นเพียงแนวทางในการดำเนินการ ไม่ใช่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
คริส พุทธชาติ ข่าว/เรียบเรียง