คณะอนุกรรมาธิการติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานด้านระบบสุขภาพปฐมภูมิ วุฒิสภา ในคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การสาธารณสุข วุฒิสภา จัดสัมมนา เรื่อง “ก้าวต่อไปของระบบสุขภาพปฐมภูมิในบริบทของประเทศไทย (The Next Steps for Primary Health Care in Thailand)” โดยมี นายประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล ประธาน กมธ.การสาธารณสุข วุฒิสภา กล่าวเปิดการสัมมนา นายบุญชอบ สระสมทรัพย์ รองประธาน กมธ.การสาธารณสุข และประธานคณะอนุกรรมาธิการติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานด้านระบบสุขภาพปฐมภูมิ กล่าวรายงาน พร้อมด้วยคณะกรรมาธิการฯ คณะอนุกรรมาธิการฯ วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้ปฏิบัติงานในหน่วยบริการสุขภาพปฐมภูมิ เข้าร่วมการสัมมนา ณ ห้องสัมมนา B1-1 ชั้น B1 อาคารรัฐสภา
นายประพนธ์ กล่าวว่า ระบบสุขภาพปฐมภูมิถือเป็นรากฐานสำคัญของระบบสาธารณสุขไทย และเป็นกลไกหลักที่ทำให้ประเทศไทยได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ในฐานะประเทศต้นแบบด้านหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า แต่ปัจจุบันต้องเผชิญความท้าทายด้านสุขภาพที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ทั้งการเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ วิกฤตโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง และความต้องการบริการสุขภาพที่รวดเร็ว แม่นยำ และเข้าถึงได้อย่างสะดวก ดังนั้นการพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมีในอนาคด จึงจำเป็นต้องก้าวไปสู่รูปแบบ “Smart Primary Care” โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมสุขภาพมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ทั้งการสนับสนุนการวินิจฉัยโรคด้วยปัญญาประดิษฐ์ การแพทย์ทางไกล และการใช้ข้อมูลสุขภาพเชิงรุก เพื่อการป้องกันโรคและดูแลอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการเสริมพลังให้ประชาชนและชุมชนสามารถดูแลตนเองได้ โดยเฉพาะการยกระดับบทบาทของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. ให้เป็น "Health Coach" ที่ทำงานเชื่อมโยงระหว่างครอบครัว ชุมชน และหน่วยบริการสุขภาพอย่างใกล้ชิด ซึ่งการขับเคลื่อนระบบสุขภาพปฐมภูมิในบริบทใหม่นี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ หากขาดความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนภาคประชาชนที่จะร่วมกันออกแบบระบบสุขภาพที่มีความยั่งยืน มีประสิทธิภาพ และตอบโจทย์บริบทของแต่ละพื้นที่
ด้าน นายบุญชอบ กล่าวว่า การจัดสัมมนาในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อนำมากำหนดแนวทางการพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิของประเทศให้มีความเข้มแข็งและสอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่มากยิ่งขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามและประเมินผล การดำเนินงานตามพระราชบัญญัติระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. 2562 ในภาพรวมและสถานการณ์ปัจจุบันทั่วประเทศ และเป็นเวทีสะท้อนปัญหาและอุปสรรค รวมถึงโอกาสในการพัฒนาระหว่างผู้กำหนดดนโยบาย หน่วยงานส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ รวมทั้งร่วมกันวิเคราะห์และหาแนวทางแก้ไข การขับเคลื่อนงานให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่อย่างแท้จริง จากนั้นรวบรวมประเด็นต่างๆ ที่ได้จากการสัมมนา นำไปสรุปเป็นแนวทางการพัฒนากฎหมายระเบียบ และกลไกการสนับสนุนที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือ และการบูรณาการะหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรม
สำหรับภายในงานสัมมนาได้มีการนำเสนอข้อสังเกตจากการลงพื้นที่ของคณะอนุกรรมาธิการติดตามระบบสุขภาพปฐมภูมิ วุฒิสภา โดยนายโกเมนทร์ ทิวทอง รองประธานคณะอนุกรรมาธิการฯ ก่อนเปิดเวทีอภิปราย "ก้าวต่อไปของระบบสุขภาพปฐมภูมิในบริบทประเทศไทย" ครอบคลุม 8 ประเด็น ได้แก่ ปัจจัยความสำเร็จในการขับเคลื่อน พ.ร.บ.ระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. 2562 ภาพรวมที่พึงประสงค์ บทบาท อปท. การกระจายอำนาจด้านสาธารณสุข บทเรียนจากอยุธยาโมเดล การผลิตแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว มาตรฐานบริการปฐมภูมิ และแรงจูงใจของบุคลากรสุขภาพ โดยมีผู้แทนจากกระทรวงสาธารณสุข กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และราชวิทยาลัยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวแห่งประเทศไทย ร่วมอภิปราย
อรุณี ตันศักดิ์ดา ข่าว/เรียบเรียง
สํานักประชาสัมพันธ์ วุฒิสภา ข้อมูล/ภาพ