นายพีรวัส สมวงศ์ รองโฆษกพรรคกล้าธรรม กล่าวถึงกรณีที่บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด ได้รับอนุญาตให้กลับมาเปิดดำเนินกิจการอีกครั้งว่า เรื่องนี้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องออกมาชี้แจงต่อสาธารณะอย่างละเอียดและตรงไปตรงมา ไม่ใช่ปล่อยให้เรื่องใหญ่ที่เกี่ยวพันกับความปลอดภัยของประชาชนถูกจัดการกันเงียบ ๆ ในห้องราชการ แล้วหวังให้สังคมเชื่อเพียงคำว่าผ่านเกณฑ์
นายพีรวัส กล่าวว่า การผ่านเกณฑ์มลพิษทางอากาศและการทดลองเดินเครื่อง อาจเป็นเพียงเงื่อนไขทางกฎหมายขั้นต้น แต่ไม่ใช่ใบรับรองความบริสุทธิ์ของทุกข้อสงสัย และไม่ใช่คำตอบสุดท้ายเรื่องความปลอดภัยของเหล็กในตลาด โดยเฉพาะเมื่อบริษัทแห่งนี้เคยมีประวัติถูกตั้งคำถามเรื่องมาตรฐานผลิตภัณฑ์ เคยมีสินค้าถูกอายัด และเคยเป็นประเด็นที่ทำให้สังคมกังวลอย่างกว้างขวาง
รองโฆษกพรรคกล้าธรรม กล่าวต่อว่า การทดลองเดินเครื่องภายใต้สายตาหน่วยงานรัฐ กับการผลิตจริงในเชิงพาณิชย์เป็นคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิง รัฐบาลจึงต้องตอบให้ได้ว่า หลังจากอนุญาตให้กลับมาเปิดโรงงานแล้ว จะมีการสุ่มตรวจอย่างไร ตรวจเมื่อใด ตรวจโดยหน่วยงานใด ใช้มาตรฐานใด และจะเปิดเผยผลตรวจต่อประชาชนหรือไม่
นายพีรวัส ย้ำว่า พรรคกล้าธรรมในฐานะฝ่ายค้านไม่ได้ต่อต้านผู้ประกอบการที่ทำถูกต้องตามกฎหมาย แต่ไม่อาจยอมรับได้ หากรัฐบาลใช้วิธี “ปิดประตูตรวจ ปิดปากตอบ และเปิดทางให้เดินเครื่อง” โดยไม่สร้างความเชื่อมั่นให้สังคมอย่างเพียงพอ เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจ แต่คือเรื่องความปลอดภัยสาธารณะและความน่าเชื่อถือของระบบกำกับดูแลอุตสาหกรรมไทย
รองโฆษกพรรคกล้าธรรม กล่าวต่อว่า รัฐบาลต้องเปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดที่ประชาชนควรรู้ ทั้งผลการตรวจมาตรฐานเหล็ก รายงานการทดสอบ กระบวนการควบคุมคุณภาพ แผนสุ่มตรวจหลังเปิดโรงงาน มาตรการป้องกันไม่ให้สินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานหลุดเข้าสู่ตลาด และความรับผิดชอบของหน่วยงานรัฐหากเกิดปัญหาซ้ำ
นายพีรวัส กล่าวทิ้งท้ายว่า กรณีซิน เคอ หยวน คือบทพิสูจน์ว่ารัฐบาลชุดนี้จะเลือกยืนข้างประชาชน หรือยืนข้างความสะดวกของระบบราชการและทุนอุตสาหกรรม เพราะความปลอดภัยของประชาชนไม่ควรถูกลดทอนเหลือเพียงตราประทับบนเอกสารราชการ
ทัดดาว ทองอิ่ม ข่าว / เรียบเรียง