11 มิ.ย.69 - พรรคเพื่อไทย - พรรคประชาชน รับรายชื่อประชาชนจากเครือข่ายภาคประชาสังคม เรียกร้องยกเลิก พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539 มุ่งคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และสิทธิสวัสดิการที่เท่าเทียมให้แก่พนักงานบริการ

image

            นายโอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย และนายเอกราช อุดมอำนวย สส. กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน พร้อมคณะ รับหนังสือจาก นางสาวสุรางค์ จันทร์แย้ม ผู้อำนวยการมูลนิธิพนักงานบริการ (SWING) ผู้เสนอร่างกฎหมาย และเครือข่ายภาคประชาสังคม ซึ่งประกอบด้วย มูลนิธิพนักงานบริการ ตัวแทนพนักงานบริการ (Sex Worker) มูลนิธิเพื่อสิทธิความหลากหลายทางเพศ (For SOGI) และบางกอกไพรด์ (Bangkok Pride) เพื่อขอยืนยันการเสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ยกเลิกพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539 พ.ศ. .... พร้อมรายชื่อประชาชนผู้สนับสนุนจำนวน 13,620 รายชื่อ
            โดย นายโอชิษฐ์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยมีความยินดีอย่างยิ่งที่จะเปิดกว้างและให้โอกาสแก่ประชาชนทุกคนในทุกสาขาอาชีพในการนำเสนอข้อคิดเห็นหรือเสนอปรับปรุงแก้ไขกฎหมายผ่านช่องทางของพรรคการเมือง เนื่องจากพรรคเชื่อมั่นว่าทุกคนล้วนมีสิทธิขั้นพื้นฐานในการทำงาน มีศักดิ์ศรี และมีตัวตนในสังคม การให้เกียรติและเคารพซึ่งกันและกันจึงเป็นพื้นฐานสำคัญของการอยู่ร่วมกัน ซึ่งพรรคเพื่อไทยจะนำข้อเรียกร้องและรายละเอียดทั้งหมดกลับไปพูดคุยและหารือร่วมกันภายในพรรคอย่างจริงจังและรอบคอบเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน
         ด้าน นายเอกราช กล่าวว่า ประเด็นการยกเลิกพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวมีการศึกษามาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 25 จนถึงชุดที่ 26 และได้รับการผลักดันอย่างเข้มแข็งจากภาคประชาสังคม ซึ่งเจตนารมณ์นี้สอดคล้องกับคุณค่าหลัก (Core Value) ของพรรคประชาชนที่มุ่งมั่นต้องการยกเลิกกฎหมายที่ล้าหลัง ไม่ตอบโจทย์บริบทของสังคมหรือสถานการณ์ในยุคปัจจุบัน ทั้งนี้ พรรคประชาชนมีความเข้าใจอย่างแท้จริงต่อหลักการที่ว่า พนักงานบริการคือคนทำงาน หรือ "Sex Work is Work" และพร้อมยืนหยัดสนับสนุนร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนผลักดันสิทธิและสวัสดิการของกลุ่มคนทำงานในภาคส่วนนี้อย่างเต็มที่ต่อไป
           สำหรับเหตุผลในการขับเคลื่อนของเครือข่ายภาคประชาสังคมในครั้งนี้ เนื่องจากเห็นว่า มีเนื้อหาละเมิดสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ทั้งยังเป็นช่องโหว่ให้เกิดการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ ทั้งที่พนักงานบริการเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจบันเทิงและการท่องเที่ยวที่สร้างรายได้มหาศาลให้กับประเทศ แต่กลับไม่ได้รับการคุ้มครองดูแลอย่างเป็นธรรมจากรัฐ ทั้งนี้ร่าง พ.ร.บ.ยกเลิกฯ ฉบับนี้ เคยถูกบรรจุเข้าสู่วาระของสภาผู้แทนราษฎรแล้วเมื่อวันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2568 แต่กระบวนการต้องหยุดชะงักลงเนื่องจากการยุบสภา เครือข่ายภาคประชาสังคมจึงกลับมายื่นหนังสืออีกครั้ง เพื่อผลักดันร่างกฎหมายกลับเข้าสู่กระบวนการนิติบัญญัติ ในการทวงคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และสร้างความเท่าเทียมในสังคมโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

อรุณี ตันศักดิ์ดา ข่าว/เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ