18 มิ.ย. 69 - สส.ภคมน พรรคประชาชน ตั้งกระทู้ถามความชัดเจนร่าง พ.ร.บ.เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) และความเชื่อมโยงกับโครงการแลนด์บริดจ์ ขณะที่ รมว.คมนาคม แจง ร่างกฎหมายยังอยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นและปรับปรุงรายละเอียด พร้อมย้ำแลนด์บริดจ์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ ภายใต้เป้าหมายสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของประเทศ รัฐบาลเดินหน้าศึกษาและรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างรอบด้าน

image

             นางสาวภคมน หนุนอนันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตั้งกระทู้ถามรัฐบาลเกี่ยวกับจุดยืนต่อการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ ภายหลังคณะรัฐมนตรียังไม่ได้ยืนยันร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) รวมถึงสอบถามความเชื่อมโยงระหว่างร่างกฎหมายดังกล่าวกับโครงการแลนด์บริดจ์ โดยนายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ชี้แจง

             นายสรรเพชญ กล่าวว่า การพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ไม่ควรถูกมองเพียงในมิติของโครงการใดโครงการหนึ่ง แต่ควรมองในภาพรวมของการสร้างเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจใหม่ให้กับประเทศ ท่ามกลางการแข่งขันด้านการค้า การลงทุน และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของหลายประเทศทั่วโลก รัฐบาลมองว่าภาคใต้มีศักยภาพสูง ทั้งด้านโลจิสติกส์ การท่องเที่ยว การแปรรูปสินค้าเกษตร อุตสาหกรรมฮาลาล และอุตสาหกรรมสีเขียว เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีชายฝั่งทะเลทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน จึงเป็นที่มาของแนวคิดการพัฒนาระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หรือ SEC ซึ่งมีเป้าหมายในการกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจ การลงทุน และรายได้ออกจากพื้นที่ที่มีความเจริญกระจุกตัวอยู่แล้ว สำหรับพื้นที่ SEC ครอบคลุมจังหวัดภาคใต้ตอนบน ได้แก่ ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช โดยปัจจุบันร่างกฎหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ ยังอยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติม หลังมีข้อสังเกตเกี่ยวกับการจัดตั้งกองทุนและประเด็นอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

             รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ย้ำว่าแลนด์บริดจ์เป็นเพียงหนึ่งในองค์ประกอบของการพัฒนาพื้นที่ภายใต้แนวคิด SEC ไม่ใช่ทั้งหมดของการพัฒนาภาคใต้ รัฐบาลยังไม่ได้เร่งรัดการก่อสร้าง แต่กำลังดำเนินการสร้างความชัดเจน ความเข้าใจ และความเชื่อมั่นให้กับทุกภาคส่วนผ่านกระบวนการศึกษาที่รอบคอบ ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาแนวทางการขับเคลื่อนโครงการแลนด์บริดจ์ โดยมีผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนเข้าร่วม เพื่อศึกษาความเป็นไปได้และผลกระทบในทุกมิติ ภายในกรอบเวลา 90 วัน นอกจากนี้ มีการเห็นชอบให้จัดตั้งคณะอนุกรรมการ 3 ชุด ได้แก่ คณะอนุกรรมการพิจารณาแนวทางการขับเคลื่อนโครงการ คณะอนุกรรมการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนกระบวนการมีส่วนร่วมและการสื่อสารสาธารณะ เพื่อดำเนินการศึกษาในแต่ละด้านอย่างละเอียด

            ด้านนางสาวภคมน สอบถามเพิ่มเติมถึงความเป็นไปได้ในการเสนอร่าง พ.ร.บ. SEC ฉบับใหม่ รวมถึงการทบทวนประเด็นข้อกังวลของภาคประชาสังคม โดยเฉพาะผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ความเหลื่อมล้ำ และการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งนายสรรเพชญ ชี้แจงว่า ขณะนี้คณะรัฐมนตรียังไม่ได้ยืนยันร่าง พ.ร.บ. SEC เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร อย่างไรก็ตาม รัฐบาลรับฟังข้อกังวลของทุกภาคส่วน และได้นำข้อเสนอจากการรับฟังความคิดเห็นมาปรับปรุงร่างกฎหมาย โดยเฉพาะการเพิ่มบทบาทของภาคประชาชนเพื่อร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนา พร้อมยืนยันว่า SEC จะไม่เป็นเพียงการจำลองรูปแบบการพัฒนาเช่นเดียวกับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เนื่องจากบริบทของพื้นที่แตกต่างกัน โดยจะให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจสีเขียว การพัฒนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการสร้างโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์จากการพัฒนาอย่างทั่วถึง ย้ำว่ารัฐบาลพร้อมรับฟังทุกความคิดเห็น และจะตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูล ข้อเท็จจริง และผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ เพื่อให้การพัฒนาพื้นที่ภาคใต้เกิดความสมดุลทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

อรพรรณ ขันทองคำ ข่าว/เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ