นางสาวภคมน หนุนอนันต์ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร รับหนังสือจาก นายภัทรพงศ์ ศุภักษร (ทนายอั๋น) เพื่อขอให้ตรวจสอบขบวนการทุจริตสอบแข่งขันบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น ประจำปี 2026
นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า จากกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ร่วมกับ กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ได้ตรวจยึดหลักฐานกระดาษคำตอบและรายชื่อผู้เข้าสอบต้องสงสัยกว่า 3,000 ราย ที่จังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นหลักฐานการทุจริตเชิงระบบ แต่ต่อมาคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น กลับมีมติให้เดินหน้าบรรจุแต่งตั้งตามบัญชีเดิม โดยอ้างว่าจะเพิกถอนคำสั่งย้อนหลังหากพบความผิด การดำเนินงานของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ตนจึงมีข้อสังเกตเรื่องช่องโหว่ทางกฎหมายปกครอง ที่อาจเปิดช่องให้เกิดการแก้ไขคะแนนหรือสับเปลี่ยนตัวบุคคลเนื่องจากรายชื่อยังถูกปกปิด และเสี่ยงสร้างความเสียหายต่อเงินงบประมาณแผ่นดิน จึงขอให้ กมธ.ตรวจสอบเชิงรุก ได้แก่ การออกคำสั่งเรียกบัญชีรายชื่อกลุ่มต้องสงสัย สำเนากระดาษคำตอบ และข้อมูลคะแนนดิบ (Log Files) จากระบบคอมพิวเตอร์กลางของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและมหาวิทยาลัยผู้จัดสอบเพื่อล็อกฐานข้อมูล การเชิญบุคคลผู้เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงเหตุผลความจำเป็นในการบรรจุผู้ที่มีข้อกังขาพร้อมแนวทางรับผิดชอบความเสียหาย และการสืบสวนหาตัวการใหญ่และกลุ่มอิทธิพลเบื้องหลังขบวนการเรียกรับผลประโยชน์ เพื่อพิทักษ์ระบบคุณธรรมและสิทธิ์ของประชาชนผู้เข้าสอบแข่งขันอย่างเป็นธรรม
ด้าน นางสาวภคมน กล่าวว่า กมธ.ได้รับข้อมูล เอกสาร และหลักฐานเกี่ยวกับกรณีกระบวนการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นมาอย่างต่อเนื่องจากหลายภาคส่วน ซึ่งพบความเสียหายเชื่อมโยงย้อนหลังไปถึงปี 2566 และปี 2567 โดยคาดว่าเป็นกลุ่มขบวนการเดียวกัน และมีมูลค่าความเสียหายรวมสูงถึง 4,500 ล้านบาท กมธ.จึงเตรียมบรรจุเรื่องนี้เข้าสู่วาระการประชุมภายในสัปดาห์นี้ และจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าให้ข้อมูลในสัปดาห์ถัดไป เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวกลางประสานข้อมูลที่ปัจจุบันแยกส่วนกันทำงาน ทั้งกระทรวงมหาดไทย และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
สำหรับแนวทางแก้ไขปัญหาระดับโครงสร้างเพื่อความยั่งยืน มีข้อเสนอแนะว่าควรมีการยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 8/2560 ที่เคยดึงอำนาจการจัดสอบจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกลับเข้าสู่ส่วนกลาง เนื่องจากพิสูจน์แล้วว่าการรวมศูนย์อำนาจไม่ได้ช่วยป้องกันการทุจริต ทั้งยังสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง การกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นจัดสอบเองจะช่วยจำกัดวงความเสียหายได้มากกว่า พร้อมเสนอให้จัดตั้งระบบผู้สังเกตการณ์จากภายนอกร่วมตรวจสอบเพื่อความโปร่งใสทำนองเดียวกับการเลือกตั้ง
ส่วนเรื่องการตรวจสอบร่วมกับ กมธ.อื่นนั้น นางสาวภคมน กล่าวว่า แต่ละ กมธ.แยกส่วนกันทำงานตามกรอบอำนาจ อาทิ กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน อาจจะเน้นตรวจสอบเส้นทางการเงินและข้อกฎหมาย ส่วน กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ จะเน้นมิติด้านธรรมาภิบาลและการมีส่วนร่วมของประชาชน ก่อนจะนำข้อมูลมารวบรวมเพื่อหาข้อสรุปร่วมกันในการเร่งรัดกอบกู้ภาพลักษณ์ระบบราชการไทยต่อไป
อรุณี ตันศักดิ์ดา ข่าว/เรียบเรียง