นายสุรทิน พิจารณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ รับการยื่นหนังสือจาก นายจีระศักดิ์ น้อยก่ำ ตัวแทนวัดร่มโพธิธรรม จังหวัดเลย โดยร้องเรียนขอความเป็นธรรมกรณีเจ้าหน้าที่ดำเนินการปิดหมายบังคับคดีตามคำพิพากษาศาลฎีกา ณ วัดร่มโพธิธรรม
นายจีระศักดิ์ น้อยก่ำ ตัวแทนวัดร่มโพธิธรรม จังหวัดเลย กล่าวว่า ตนขอความเป็นธรรมใน 2 กรณี โดยไม่ได้มีเจตนาคัดค้านคำพิพากษาของศาล แต่ต้องการให้ สส. ช่วยประสานงานไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาและให้ความเป็นธรรมแก่วัดร่มโพธิ์ ได้แก่ กรณีแรก คือ วัดร่มโพธิ์ถูกกรมป่าไม้ดำเนินคดีเมื่อปี 2554 ในข้อหาบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งคดีได้สิ้นสุดลงโดยศาลมีคำพิพากษาให้วัดเป็นฝ่ายแพ้ ทั้งนี้ วัดร่มโพธิ์ได้จดทะเบียนจัดตั้งเป็นวัดอย่างถูกต้องตั้งแต่ปี 2547 ซึ่งผู้ร้องเรียนเห็นว่า เมื่อวัดได้รับการจัดตั้งโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว การดำเนินการบังคับคดีควรได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและพิจารณาแนวทางที่เหมาะสมเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม
นายจีระศักดิ์ กล่าวว่า กรณีที่สอง คือ พื้นที่ประมาณ 600 ไร่ ซึ่งได้รับการกันพื้นที่ไว้เป็นที่พักสงฆ์ตามมติคณะรัฐมนตรี และต่อมาได้มีการสำรวจ พร้อมทั้งกำหนดพื้นที่โดยกรมป่าไม้เพื่อใช้เป็นที่พักสงฆ์นอกเขตป่าสงวนแห่งชาติ ดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำเนินการในพื้นที่ดังกล่าว โดยเฉพาะกรณีการฟ้องขับไล่วัด ทั้งที่มีการกันพื้นที่ไว้เพื่อใช้ประโยชน์ของวัด พร้อมทั้งขอให้กำหนดแนวเขตและจัดทำแผนที่ที่ถูกต้อง เพื่อสร้างความชัดเจนในการใช้ประโยชน์ที่ดินและป้องกันข้อพิพาทในอนาคต โดยยืนยันว่าการยื่นหนังสือครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิของวัดและธำรงรักษาพระพุทธศาสนา
ด้าน นายสุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาตนได้ลงพื้นที่เพื่อรับฟังข้อเท็จจริงและตรวจสอบสภาพความเป็นอยู่ของพระภิกษุ สามเณร แม่ชี และผู้ปฏิบัติธรรม ณ วัดร่มโพธิธรรม จังหวัดเลย พบผู้อาศัยและปฏิบัติธรรมอยู่ในพื้นที่รวมเกือบ 2,000 คน โดยตนเห็นว่าการดำเนินการของกรมป่าไม้เป็นการบังคับคดีตามคำพิพากษาของศาล อย่างไรก็ตาม ภายหลังได้รับหนังสือร้องเรียนและเอกสารประกอบจากตัวแทนวัดแล้ว ตนจะนำเรื่องนี้เสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อพิจารณาแนวทางให้ความช่วยเหลือหรือบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นแก่พระภิกษุ แม่ชี และผู้ปฏิบัติธรรมในพื้นที่ พร้อมจะเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาแนวทางดำเนินการที่เหมาะสม เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวได้ใช้ประโยชน์เป็นศาสนสถานและเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมมาเป็นเวลานาน ตนจึงเห็นว่าควรพิจารณามาตรการที่สามารถบรรเทาผลกระทบแก่ผู้ปฏิบัติธรรมควบคู่ไปกับการดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อหาแนวทางการแก้ไขที่เหมาะสมต่อไป
คณรัตน์ ยินดีมิตร / ข่าว / เรียบเรียง