11 ก.ค. 69 – กมธ.การพลังงาน วุฒิสภา ศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านเทคโนโลยีระบบไฟฟ้าและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานกับบริษัท ฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่ (ประเทศไทย) จำกัด นิคมอุตสาหกรรมบางปู จังหวัดสมุทรปราการ หวังนำข้อมูลประกอบการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายด้านพลังงานของประเทศให้มีความมั่นคง ยั่งยืน

image

             คณะกรรมาธิการ(กมธ.)การพลังงาน วุฒิสภา นำโดย นายพรเพิ่ม ทองศรี ประธานคณะกรรมาธิการฯ ศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านเทคโนโลยีระบบไฟฟ้าและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ณ บริษัท ฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่ (ประเทศไทย) จำกัด นิคมอุตสาหกรรมบางปู จังหวัดสมุทรปราการ โดยมี ดร.วรวุฒิ วรุตตมพรสุ กรรมการผู้จัดการใหญ่ นายสมศักดิ์ กาญจนาคาร Executive Director & Chief Marketing Officer พร้อมคณะผู้บริหารให้การต้อนรับ
            คณะกรรมาธิการฯ ได้รับฟังการนำเสนอภาพรวมการดำเนินธุรกิจด้านระบบไฟฟ้าและพลังงาน โดยเฉพาะการพัฒนาเทคโนโลยีโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) และระบบบริหารจัดการโครงข่ายไฟฟ้าอัตโนมัติ (Grid Automation) ที่สามารถติดตามและควบคุมระบบไฟฟ้าแบบเรียลไทม์ รองรับการเชื่อมต่อแหล่งผลิตไฟฟ้ารูปแบบใหม่ ระบบส่งไฟฟ้ากระแสตรงแรงดันสูง (HVDC) ระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) และการบริหารคุณภาพไฟฟ้า (Power Quality Systems) เพื่อเพิ่มความมั่นคงและประสิทธิภาพของระบบไฟฟ้า ในส่วนของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน บริษัทฯ เห็นว่าจำเป็นต้องคำนึงถึง 3 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ ความสามารถในการเข้าถึงและต้นทุนพลังงานที่เหมาะสม (Affordability) ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม (Sustainability) และความมั่นคงในการจัดหาและสำรองพลังงาน (Security of Supply) โดยปัจจัยที่จะทำให้การเปลี่ยนผ่านประสบความสำเร็จ คือ ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการบริหารจัดการระบบพลังงาน
            ด้านคณะกรรมาธิการฯ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวโน้มการพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ซึ่งเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่มีศักยภาพในการเสริมความมั่นคงด้านพลังงานในอนาคต และเห็นว่าการพัฒนาในประเทศไทยจำเป็นต้องมีความชัดเจนด้านนโยบาย รวมทั้งการบรรจุไว้ในแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือถึงแนวโน้มการขยายตัวของศูนย์ข้อมูล (Data Centers) ซึ่งจะทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมาก จึงจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมทั้งระบบผลิต ระบบส่ง และโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าให้มีเสถียรภาพเพียงพอรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมทั้งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีหม้อแปลงไฟฟ้า ระบบควบคุมอัตโนมัติ และอุปกรณ์อัจฉริยะ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพของโครงข่ายไฟฟ้าในอนาคต รวมทั้งการออกแบบและผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้าที่คำนึงถึงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้ในการออกแบบ วิเคราะห์ความปลอดภัย การจำลองการทำงานของอุปกรณ์ และเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต ซึ่งจะช่วยยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมพลังงานและอุตสาหกรรมการผลิตของประเทศ 
           ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการฯ จะนำข้อมูล ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะที่ได้รับจากการศึกษาดูงานในครั้งนี้ไปประกอบการศึกษาวิเคราะห์และจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบไฟฟ้าและระบบพลังงานของประเทศให้มีความมั่นคง ทันสมัย รองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอย่างยั่งยืนต่อไป

อรพรรณ ขันทองคำ ข่าว/เรียบเรียง
สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ข้อมูล/ภาพ

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ