นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.), แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) พร้อมด้วยสส.ของพรรค แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีเงา (ครม.เงา) ถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาภายใต้การกำกับดูแลของนายอนุทิน ชาญวีระกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ทั้งปัญหาสารพิษในแม่น้ำ 6 สายสำคัญทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ประกอบด้วย แม่น้ำกก รวก สาย โขง สาละวิน และกระบุรี ปัญหาทุจริตการสอบท้องถิ่น ปัญหาทุนเทา ตลอดจนปัญหาการออกใบอนุญาตสถานบันเทิง ร้านอาหาร และการทุจริตทางทะเบียน การสวมสิทธิ์ต่าง ๆ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่าปัญหาเหล่านี้เกิดจากช่องโหว่ทั้งของกฎหมายและการบังคับใช้ของเจ้าหน้าที่รัฐ จึงเสนอให้เร่งปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับการจัดโซนนิ่ง ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทย พร้อมกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น เช่น กรุงเทพมหานคร มีอำนาจกำหนดพื้นที่และกำกับดูแลสถานประกอบการได้อย่างใกล้ชิดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมระบุว่า ช่องโหว่ของกฎหมายในปัจจุบันเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการบางส่วนหลีกเลี่ยงการขอใบอนุญาตสถานบันเทิง โดยเปลี่ยนไปขอใบอนุญาตเป็นร้านอาหารที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ส่งผลให้ไม่มีมาตรการด้านความปลอดภัยที่เข้มงวดเพียงพอ และนำไปสู่โศกนาฏกรรมซ้ำรอย ทั้งนี้ ปชน.จะติดตามการแก้ไขกฎหมาย รวมถึงการตรวจสอบสถานประกอบการและสถานบันเทิงต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง
สำหรับปัญหาสารพิษในแม่น้ำสายสำคัญ 6 สาย นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า วานนี้ (14 ก.ค. 69) ปชน.ได้เข้าพบเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ซึ่งฝ่ายจีนยืนยันพร้อมสนับสนุนประเทศไทยในการแก้ไขปัญหา เนื่องจากสารพิษดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบต่อประชาชนไทยเท่านั้น แต่ยังกระทบต่อประเทศเพื่อนบ้านด้วย โดยหากมีข้อมูลข้อเท็จจริงยืนยันว่าเหมืองแร่แรร์เอิร์ธที่ส่งออกไปยังจีนเป็นต้นเหตุของปัญหา จีนก็พร้อมดำเนินการตามกฎหมายที่กำกับดูแลห่วงโซ่อุปทานการทำเหมืองอย่างเข้มงวด เพราะไม่ต้องการให้ภาพลักษณ์ของประเทศเกี่ยวข้องกับธุรกิจที่ทำลายสิ่งแวดล้อมหรือการดำเนินธุรกิจที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งยังเชื่อมโยงกับปัญหาทุนเทาและการสวมสิทธิ์ต่าง ๆทั้งนี้ หวังว่าในการเดินทางเยือนประเทศจีนของนายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 16–20 กรกฎาคมนี้ จะมีการหยิบยกประเด็นดังกล่าวขึ้นหารือกับผู้นำจีน รวมถึงหารือกับผู้นำกัมพูชาในประเด็นความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชาด้วย
ด้านนายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า พรรคได้ยื่นบันทึกและเอกสารอ้างอิงอย่างละเอียดต่อสถานทูตจีน ซึ่งประกอบด้วยผลตรวจคุณภาพน้ำและตะกอนดินที่ยืนยันว่าสารพิษไม่ได้เกิดจากกิจกรรมหรือธรรมชาติภายในประเทศไทย รวมถึงข้อมูลพิกัดเหมืองกว่า 2,600 แห่งในประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อให้ทางการจีนตรวจสอบตามกฎหมายของจีนเอง โดยไม่ได้ร้องขอให้ดำเนินการนอกเหนือจากกฎหมาย พร้อมย้ำว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมไม่มีเส้นแบ่งเขตแดน ประชาชนทุกประเทศได้รับผลกระทบร่วมกัน และรัฐบาลไทยต้องเป็นแกนนำในการผลักดันการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง เพราะประเทศไทยไม่ได้รับประโยชน์จากสถานการณ์ดังกล่าว แต่กลับได้รับผลกระทบโดยตรง
ณัฐเดช เอียดปุ่ม ข่าว/เรียบเรียง