นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ระบุว่า คดีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เป็นประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับความน่าเชื่อถือของกระบวนการทางการเมือง พร้อมแสดงความกังวลว่าการพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) อาจไม่สามารถนำคดีเข้าสู่การพิจารณาของศาลได้ โดยเห็นว่าในช่วง 1-2 เดือนข้างหน้าจะเป็นช่วงสำคัญของการดำเนินคดี พร้อมเปิดเผยหลักฐานบางส่วนและจัดกิจกรรมจำลองการเลือก สว. โดยอ้างอิงข้อมูลที่ระบุว่าพบการใช้โพยในการลงคะแนน รวมถึงข้อมูลจากพยานที่กล่าวอ้างถึงการจัดหาที่พัก การเดินทาง และการแจกโพยให้ผู้สมัครก่อนการเลือกระดับประเทศ
ทั้งนี้ ภายในเวทีเสวนา นายทวี สอดส่อง สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เสนอให้ กกต. เปิดตรวจสอบบัตรลงคะแนนและใช้กระบวนการทางวิชาการเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง พร้อมเห็นว่าคดีควรเข้าสู่การพิจารณาของศาล ขณะที่ด้านนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกกต. ระบุว่า จากข้อมูลที่ปรากฏเห็นว่ามีประเด็นที่อาจเข้าข่ายความผิดหลายกรณี อาทิ การให้ประโยชน์แก่ผู้สมัคร การจัดหาที่พักและการเดินทาง การแลกเปลี่ยนคะแนน การจัดทำโพย และการมีส่วนเกี่ยวข้องของบุคคลหรือกลุ่มการเมือง
ด้านนายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีตสว.เห็นว่าหลักฐานและคำให้การของพยานที่นำเสนอในเวทีมีความชัดเจน และสะท้อนถึงแรงจูงใจในการได้มาซึ่งสว. เพื่อให้มีอิทธิพลต่อการคัดเลือกบุคคลดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระและตำแหน่งสำคัญของประเทศ
ส่วนนายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า กกต. มีหน้าที่ตรวจสอบว่าการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมหรือไม่ และหากพบหลักฐานว่ามีการกระทำที่ไม่ชอบ ต้องเป็นผู้ส่งเรื่องต่อศาลฎีกา ขณะที่ในส่วนคดีอาญา หากพบการใช้เงินจูงใจในการเลือกตั้งก็เป็นประเด็นที่ต้องดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมระบุว่าหากการพิจารณาของ กกต. ไม่เป็นไปตามพยานหลักฐาน ผู้เสียหายยังสามารถใช้สิทธิตามกฎหมายดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องได้
ณัฐเดช เอียดปุ่ม ข่าว/เรียบเรียง