นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้การต้อนรับ Mr. Maroun Kairouz (นายมารูน ไครูซ) กรรมการผู้จัดการ สภาเศรษฐกิจโลก (Managing Director, World Economic Forum: WEF) เพื่อหารือและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่าง สภาเศรษฐกิจโลกกับฝ่ายนิติบัญญัติของไทย โดยมี พลตำรวจตรี วิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษาประธานรัฐสภา นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า นายปัญญา อุดชาชน ที่ปรึกษาเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า นายโอภาส เพชรมุนี เลขานุการประธานรัฐสภา นายเอก อุ่นจิตต์วรรธนะ เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร นางจงเดือน สุทธิรัตน์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร นายอาพล นันทขว้าง ผู้อำนวยการสำนักความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และนางสวีณา พลพืชน์ ผู้บังคับบัญชากลุ่มงานประธานสภาผู้แทนราษฎร ร่วมให้การรับรอง
ประธานรัฐสภา กล่าวต้อนรับนายมารูน ไครูซ กรรมการผู้จัดการ สภาเศรษฐกิจโลก และคณะ พร้อมชื่นชมที่ได้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการของสภาเศรษฐกิจโลก ซึ่งถือเป็นชาวอาหรับคนแรกที่ขึ้นสู่ตำแหน่งบริหารระดับสูงของสภาเศรษฐกิจโลก การที่ได้พบปะหารือกับนายกรัฐมนตรีวานนี้ (6 กรกฎาคม 2569) ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลไทยกับสภาเศรษฐกิจโลกให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น โดยหวังว่าการเยือนครั้งนี้จะสร้างประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของไทย พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นความท้าทายต่าง ๆ เช่น ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ วิกฤตเศรษฐกิจและหนี้สาธารณะ ความท้าทายด้านประชากร การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีและ ภัยคุกคาม ฯลฯ โดยประธานรัฐสภาฯ ได้ย้ำจุดยืนความเป็นกลางของประเทศไทยทั้งในด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ ซึ่งทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะในด้านการเติบโตทางเศรษฐกิจ และหวังให้สภาเศรษฐกิจโลกเป็นเวทีในการลดความตึงเครียดและผลักดัน การเข้าสู่การเจรจาเพื่อสันติภาพ นอกจากนี้ จากการแข่งขันกันในด้านเทคโนโลยีระหว่างประเทศมหาอำนาจ ประธานรัฐสภาได้แสดงความกังวลในเรื่องการใช้เทคโนโลยี โดยเน้นว่าควรใช้เทคโนโลยีให้เป็นคุณ เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ ด้วยการใช้ข้อเท็จจริงในการสื่อสารแทนการใช้วาทกรรมเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง ซึ่งตนหวังที่จะทำให้รัฐสภาเป็นตัวอย่างของการสื่อสารที่สร้างความศรัทธาในระบอบประชาธิปไตย
ด้านกรรมการผู้จัดการ สภาเศรษฐกิจโลก ได้กล่าวขอบคุณที่ให้การต้อนรับและยินดีที่ได้พบปะหารือกัน รัฐสภาเป็นศูนย์กลางของประชาธิปไตย ซึ่งสภาเศรษฐกิจโลกยินดีที่ได้ทำงานร่วมกับไทยและ ASEAN พร้อมทั้งกล่าวถึงปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ช่วงเวลานี้นับเป็นช่วงเวลาที่เกิดความขัดแย้งมากที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลก ครั้งที่ 2 เป็นต้นมา ส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจทั่วโลก โดยหลาย ๆ ประเทศต้องเผชิญกับหนี้สาธารณะสูงสุดในรอบ 100 ปี อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันที่เป็นยุคแห่งเทคโนโลยีที่มีการแข่งขันทางเทคโนโลยีอย่างเข้มข้น ซึ่งมีการใช้เทคโนโลยีการสื่อสารเพื่อลดความน่าเชื่อถือของรัฐสภาในหลายประเทศ โดยเป็นการปล่อยข่าวปลอมและการใช้สื่อสังคมเพื่อสร้างความเกลียดชังหรือแบ่งขั้ว สภาเศรษฐกิจโลกพร้อมที่จะเป็นเวทีในการหารือเพื่อหาแนวทางในการจัดการกับความท้าทายด้านต่าง ๆ และหวังว่าจะได้มีโอกาสทำงานร่วมกับรัฐสภาไทยให้มากขึ้นในอนาคต
สำนักความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ - สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ข้อมูล / ภาพ