7 ก.ค. 69 - สว.ชูชีพ ยกกรณีถนนกิ่งแก้วเป็นตัวอย่างของการรุกล้ำพื้นที่สาธารณะเพื่อค้าขายและจอดรถ จนกระทบการสัญจรของประชาชน ก่อให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัดและอุบัติเหตุ เรียกร้องรัฐบาลบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง จัดระเบียบพื้นที่ค้าขาย และตรวจสอบเจ้าหน้าที่ที่ละเลยการปฏิบัติหน้าที่

image

          นายชูชีพ เอื้อการณ์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวถึงปัญหาการนำพื้นที่สาธารณะไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนบุคคล โดยยกกรณีถนนกิ่งแก้ว หรือทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3256 สายบางปู-กิ่งแก้ว ซึ่งอยู่ในความดูแลของแขวงทางหลวงสมุทรปราการ และสำนักงานทางหลวงที่ 13 (กรุงเทพ) เป็นตัวอย่าง โดยระบุว่าแม้ถนนสายดังกล่าวจะก่อสร้างด้วยงบประมาณจากภาษีประชาชน และมีช่องจราจรฝั่งละ 4 ช่องทาง เพื่อรองรับปริมาณการเดินทาง แต่ในทางปฏิบัติกลับพบว่ามีการใช้ 1 ช่องจราจรเป็นพื้นที่ค้าขาย และอีก 1 ช่องจราจรเป็นที่จอดรถของผู้ประกอบการ ทำให้เหลือช่องทางสัญจรเพียง 2 ช่อง ส่งผลให้เกิดปัญหาคอขวด การจราจรติดขัด อุบัติเหตุบ่อยครั้ง และสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจ

          นายชูชีพ กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการก่อสร้างถนนฝั่งละ 4 ช่องจราจร คือการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนทั้งประเทศ แต่กลับปล่อยให้บุคคลบางกลุ่มเข้ายึดพื้นที่สาธารณะเพื่อประโยชน์ส่วนตน โดยมีการรู้เห็นเป็นใจของเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น พร้อมระบุว่า ปัญหาดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะถนนกิ่งแก้ว แต่พบได้ในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร ทั้งถนนลาดพร้าวและถนนสายหลักอื่น ๆ รวมถึงการยึดครองทางเท้าของประชาชน อย่างไรก็ตามมองว่า ประเทศไทยไม่ได้ขาดกฎหมายที่ใช้บังคับ ทั้งกฎหมายจราจรทางบกและกฎหมายรักษาความสะอาด แต่สิ่งที่ขาดคือการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ส่งผลให้ความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายลดลงจากการละเลยของเจ้าหน้าที่ ดังนั้น การแก้ไขปัญหาต้องเริ่มจากการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด จับกุมและปรับผู้กระทำผิดโดยไม่เลือกปฏิบัติ พร้อมให้หน่วยงานท้องถิ่นจัดสรรพื้นที่ค้าขายให้เป็นระเบียบ และตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ เพื่อป้องกันการรับส่วยและการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ พร้อมเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหา และไม่ปล่อยให้พื้นที่สาธารณะตกเป็นของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง

 

ณัฐเดช เอียดปุ่ม ข่าว/เรียบเรียง 

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ