นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวเรียกร้องไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เกี่ยวกับปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีเจาะจง และวิธีพิเศษ โดยกล่าวว่า ตามที่กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ได้ออกระเบียบให้หน่วยงานราชการ อาทิ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ สามารถดำเนินการได้ แต่ปรากฏว่ามีการนำช่องโหว่ของระเบียบนี้ไปใช้ในการแบ่งซื้อแบ่งจ้างเพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันผ่านระบบ e-bidding ส่งผลให้เกิดการทุจริตในวงกว้างและสร้างความเสียหายต่อราชการอย่างร้ายแรง โดยที่กรมบัญชีกลางยังไม่มีการติดตามผลลัพธ์หรือแก้ไขเพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าวแต่อย่างใด
นายไชยยงค์ กล่าวตั้งข้อสังเกตโดยยกกรณีการดำเนินโครงการไฟฟ้านวัตกรรมในพื้นที่ โดยระบุว่าพบกรณีการจัดซื้อจัดจ้างที่มีราคาสูงและถูกตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าในการดำเนินโครงการ รวมทั้งมีผู้ประกอบการเข้าร่วมการแข่งขันในจำนวนจำกัด ซึ่งนอกจากอาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐแล้ว ยังเพิ่มภาระในการตรวจสอบให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นอกจากนี้ นายไชยยงค์ ยังเรียกร้องให้ทบทวนการใช้วิธีการจัดซื้อจัดจ้างแบบวิธีพิเศษในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา โดยเห็นว่าสถานการณ์ในปัจจุบันอาจไม่จำเป็นต้องใช้มาตรการดังกล่าวเพื่อจูงใจผู้ประกอบการจากนอกพื้นที่อีกต่อไป พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าการใช้วิธีพิเศษอย่างต่อเนื่องอาจทำให้การแข่งขันด้านราคาลดลง และเกิดข้อกังวลเรื่องความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้าง พร้อมระบุด้วยว่า ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมามีการใช้งบประมาณเพื่อขับเคลื่อนและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ชายแดนภาคใต้เป็นจำนวนมาก จึงเห็นว่าควรมีการติดตามและประเมินผลการใช้จ่ายงบประมาณอย่างเข้มงวด เพื่อให้เกิดความคุ้มค่า โปร่งใส และเกิดประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง รวมทั้งลดข้อกังวลเกี่ยวกับการอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงมาใช้เป็นข้อจำกัดในการตรวจสอบโครงการของภาครัฐ
นอกจากนี้ นายไชยยงค์ กล่าวทิ้งท้ายโดยย้ำให้ กระทรวงการคลัง และกรมบัญชีกลาง เร่งทบทวนนโยบายการจัดจ้างโดยวิธีเจาะจงและวิธีพิเศษทั้งหมด เพื่อปิดช่องโหว่การทุจริตคอร์รัปชันและรักษาผลประโยชน์ของงบประมาณแผ่นดินต่อไป
คณรัตน์ ยินดีมิตร / ข่าว / เรียบเรียง