12 ก.ค. 69 - คณะ กมธ.การสาธารณสุข วุฒิสภา เสนอให้ สปสช. ทบทวนหรือชะลอการให้บริการฮอร์โมนเพื่อยืนยันเพศสภาพในระบบบัตรทอง ชี้เป็นบริการที่มีความซับซ้อนและควรหารือร่วมกับราชวิทยาลัยแพทย์ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ขณะที่ สปสช. ยืนยันการดำเนินงานเป็นไปตามหลักวิชาการและคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้รับบริการเป็นสำคัญ

image

          นายแพทย์ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การสาธารณสุข วุฒิสภา เป็นประธานการประชุมติดตามการจัดบริการฮอร์โมนเพื่อยืนยันเพศสภาพในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยเชิญ นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงข้อมูล ซึ่งคณะกรรมาธิการได้รับการชี้แจงจาก สปสช. ว่าการให้บริการดังกล่าวเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2563 และคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเห็นชอบให้เป็นสิทธิประโยชน์เมื่อปี 2568 ในระยะแรกกำหนดกลุ่มเป้าหมายประมาณ 20,000 คน เฉพาะผู้ที่มีความจำเป็นทางการแพทย์และผ่านเกณฑ์การประเมินตามข้อบังคับของแพทยสภา การให้บริการดังกล่าวครอบคลุมยาและฮอร์โมน 6 รายการ รวมถึงการติดตามผลการรักษา โดยผู้รับบริการต้องผ่านการประเมินด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม รวมถึงการคัดกรองภาวะทางจิตก่อนเข้าสู่กระบวนการรักษา พร้อมมีการติดตามอาการและตรวจระดับฮอร์โมนอย่างต่อเนื่องเพื่อความปลอดภัย สปสช. ระบุด้วยว่าได้ดำเนินงานร่วมกับราชวิทยาลัย สมาคมวิชาชีพ และกรมอนามัยในการพัฒนาแนวทางการดูแลและคู่มือปฏิบัติ ปัจจุบันมีหน่วยบริการขึ้นทะเบียนให้บริการจำนวน 22 แห่ง และให้บริการเฉพาะผู้มีอายุ 18 ปีขึ้นไป
          คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา แสดงความกังวลว่าการให้บริการดังกล่าวมีความซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับผู้เชี่ยวชาญหลายสาขา อีกทั้งยังควรมีการทบทวนข้อมูลทางวิชาการร่วมกับราชวิทยาลัยแพทย์ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประเมินความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์สาธารณสุขและภาระงบประมาณในระยะยาว จึงมีข้อเสนอให้ สปสช. พิจารณาทบทวนหรือชะลอการบังคับใช้ประกาศดังกล่าวออกไปก่อน เพื่อหารือร่วมกับผู้เชี่ยวชาญและกำหนดมาตรฐานการให้บริการที่ชัดเจนและเป็นแนวทางเดียวกันต่อไป

 

คริส  พุทธชาติ  ข่าว/เรียบเรียง
คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา ข้อมูล/ภาพ

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ