นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า Lianhe Zaobao สื่อภาษาจีนของสิงคโปร์ เผยแพร่ข่าวเกี่ยวกับภารกิจของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ระหว่างการเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ โดยนำเสนอเหตุการณ์ที่นายกรัฐมนตรีขับร้องเพลงจีนคลาสสิกเถียนมี่มี่ ในมุมของการทูตด้วยดนตรี สะท้อนอีกมิติหนึ่งของการสานสัมพันธ์ไทย–จีนผ่านภาษาและวัฒนธรรมที่ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า Lianhe Zaobao รายงานว่า เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ภายหลังการหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีอนุทินกับนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน ณ กรุงปักกิ่ง นายกรัฐมนตรีได้เข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารกลางวันที่นายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียงเป็นเจ้าภาพ โดยวิดีโอที่ฝ่ายไทยเผยแพร่แสดงให้เห็นผู้นำทั้งสองนั่งเคียงข้างกัน นายกรัฐมนตรีอนุทินถือไมโครโฟนและขับร้องเพลง ตามเสียงเปียโน ขณะที่นายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียงและแขกผู้ร่วมงานปรบมือให้จังหวะตามทำนองเพลง
นางสาวลลิดา กล่าวว่า ดนตรีเป็นภาษาสากลที่ช่วยย่นระยะห่างระหว่างผู้คน เหตุการณ์สั้น ๆ ในงานเลี้ยงครั้งนี้จึงมีความหมายมากกว่าความบันเทิง เพราะทำให้มิตรภาพระหว่างผู้นำและประชาชนของทั้งสองประเทศปรากฏเป็นภาพที่อบอุ่น เข้าใจได้ทันที และจดจำได้ง่าย การที่ Lianhe Zaobao เลือกใช้คำว่า การทูตด้วยดนตรี สะท้อนให้เห็นว่า การเยือนระดับผู้นำไม่ได้สื่อสารผ่านถ้อยแถลงหรือผลการหารือเท่านั้น แต่ยังสามารถถ่ายทอดผ่านท่าทีที่เป็นธรรมชาติและความเข้าใจในวัฒนธรรมของมิตรประเทศ ซึ่งเป็นเพลงภาษาจีนที่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมความรู้สึกและช่วยให้บรรยากาศแห่งมิตรภาพไทย–จีนเข้าถึงประชาชนในวงกว้างได้อย่างเป็นรูปธรรม
รายงานของ Lianhe Zaobao ยังเชื่อมโยงเหตุการณ์ครั้งนี้กับบทบาทด้านดนตรีของนายกรัฐมนตรีในโอกาสก่อนหน้า โดยระบุว่า นายกรัฐมนตรีเคยร่วมแสดงเพลง My Way กับนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย และเคยร่วมบรรเลงเครื่องดนตรีพื้นเมืองกับนักดนตรีท้องถิ่นระหว่างการเยือนเวียดนาม สื่อดังกล่าวจึงมองการขับร้องเพลง ที่กรุงปักกิ่งว่าเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่นายกรัฐมนตรีใช้ดนตรีสร้างบรรยากาศแห่งมิตรไมตรีระหว่างประเทศ การทูตด้วยดนตรีไม่ได้เข้ามาแทนที่สาระของการหารือ แต่ช่วยเปิดพื้นที่แห่งความเป็นมิตรให้การพูดคุยและความร่วมมือเดินหน้าได้ด้วยความไว้วางใจ ภาพที่ผู้นำจีนและแขกในงานร่วมปรบมือให้จังหวะ เป็นภาพเล็ก ๆ ที่สื่อสารได้อย่างชัดเจนว่า ไทยและจีนมีความใกล้ชิดทั้งในระดับรัฐบาลและระดับประชาชน นางสาวลลิดา กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลจะต่อยอดบรรยากาศแห่งมิตรภาพดังกล่าวควบคู่กับผลการหารือที่เป็นรูปธรรม เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ไทย–จีนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ครอบคลุมทั้งความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม และความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน โดยยึดประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศเป็นสำคัญ
คริส พุทธชาติ /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง
เว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล ข้อมูล/ภาพ