นายวสวรรธน์ พวงพรศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทรวมพลัง รับการยื่นหนังสือจาก นางสาวกมนรัตน์ พลเศรษฐีเลิศ ผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมัน ปตท.บ้านผือ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งได้รับความเสียหายจากเหตุปืนใหญ่และจรวดถล่มบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บภายในร้านสะดวกซื้อ
นายวสวรรธน์ กล่าวว่า วันนี้ (24 ก.ค. 69) ครบรอบ 1 ปีของเหตุการณ์ดังกล่าว แต่ผู้ได้รับบาดเจ็บ รวมถึงผู้ประกอบการ ยังไม่ได้รับการเยียวยาจากภาครัฐอย่างเหมาะสม โดยในฐานะสส.ได้ติดตามเรื่องผ่านเวทีสภาผู้แทนราษฎรไปยังกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงกลาโหม เพื่อเร่งรัดการจ่ายเงินเยียวยาทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบ และกระทรวงมหาดไทย เพื่อเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ ยังใช้เวทีคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ขอข้อมูลเพิ่มเติมจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย เกี่ยวกับงบประมาณสำหรับการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ รวมถึงติดตามกระทรวงยุติธรรม โดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ให้เร่งจ่ายเงินเยียวยาพนักงานสถานีบริการน้ำมันที่ได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิด ซึ่งยังมีหลายรายไม่ได้รับเงินเยียวยา
นายวสวรรธน์ กล่าวว่า ระยะเวลา 1 ปี ถือว่านานเกินไปสำหรับการเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บ ผู้ประกอบการ และผู้เช่าร้านค้าในสถานีบริการน้ำมัน แม้จะเข้าใจว่าเป็นสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดน แต่จนถึงขณะนี้ผู้ได้รับผลกระทบยังไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างเหมาะสม จึงขอเป็นกระบอกเสียงให้ประชาชน พร้อมรับหนังสือไว้เพื่อส่งต่อให้คณะกรรมาธิการการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย ดำเนินการติดตามต่อไป
ด้านนางสาวกมนรัตน์ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา ตนได้รับการช่วยเหลือเพียงจากภาคเอกชน แต่ยังไม่ได้รับความคืบหน้าเกี่ยวกับการเยียวยาจากภาครัฐ อีกทั้งผู้เช่าร้านค้าในสถานีบริการน้ำมันที่ต้องปิดกิจการนาน 3 เดือน รวมถึงผู้ใช้บริการร้านสะดวกซื้อและพนักงานสถานีบริการน้ำมันที่ได้รับบาดเจ็บ ยังไม่ได้รับเงินเยียวยาเช่นกัน ทำให้ต้องนำเงินเก็บส่วนตัวมาหมุนเวียนในกิจการ นางสาวกมนรัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้รับการประสานด้วยวาจาจากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดศรีสะเกษ แต่ยังไม่มีหนังสือแจ้งหรือกำหนดระยะเวลาที่ชัดเจนว่าจะได้รับเงินเยียวยาเมื่อใด ทราบเพียงว่าเรื่องอยู่ระหว่างการดำเนินการของสำนักนายกรัฐมนตรี จึงขอให้ สส.ช่วยติดตามเรื่องดังกล่าวโดยเร็ว ทั้งนี้ ประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสถานีบริการน้ำมันเป็นมูลค่าทั้งหมดประมาณ 20 ล้านบาท โดยจำแนกเป็นส่วนของภาคเอกชนและส่วนของภาครัฐที่ต้องจ่ายเงินเยียวยา
ณัฐเดช เอียดปุ่ม /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง