นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ เลขานุการคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการดำเนินนโยบายด้านการต่างประเทศของรัฐบาล ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ว่า ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่มีความผันผวนจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ วิกฤตพลังงาน กำแพงการค้า ภัยคุกคามทางไซเบอร์ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน รัฐบาลได้ยกระดับบทบาทของประเทศไทยผ่านนโยบายการต่างประเทศเชิงรุก โดยยึดผลประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นศูนย์กลาง ส่งผลให้ไทยกลับมามีบทบาทบนเวทีโลกอีกครั้ง
นายร่มธรรม กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างความเชื่อมั่นในเวทีระหว่างประเทศ กระชับความสัมพันธ์กับทุกขั้วอำนาจในบริบทโลกหลายขั้ว พร้อมขับเคลื่อนการทูตเศรษฐกิจ การเจรจาการค้า และการเปิดตลาดใหม่ เพื่อสร้างโอกาสแก่ประชาชนและภาคธุรกิจ ควบคู่กับการปกป้องอธิปไตย ยกระดับความมั่นคงบริเวณชายแดน และเสริมความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในการแก้ไขปัญหาข้ามพรมแดน
นายร่มธรรม กล่าวต่อว่า นับตั้งแต่การแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีได้ดำเนินภารกิจเชิงรุกทั้งการเยือนต่างประเทศและการต้อนรับผู้นำจากประเทศต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม ทั้งด้านความปลอดภัยจากการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ยาเสพติด และอาชญากรรมข้ามชาติผ่านความร่วมมือระหว่างประเทศ ด้านเศรษฐกิจจากการแก้ไขอุปสรรคการลงทุน การเปิดตลาดส่งออก และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ รวมถึงด้านสิ่งแวดล้อมจากการประสานความร่วมมือเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและปัญหามลพิษข้ามพรมแดน
นายร่มธรรม กล่าวว่า จุดเด่นของรัฐบาลชุดนี้ คือรูปแบบการดำเนินงานของนายกรัฐมนตรีที่สามารถสร้างความไว้วางใจและความร่วมมือกับผู้นำต่างประเทศได้อย่างรวดเร็ว ด้วยบุคลิกที่เข้าถึงง่าย มีมนุษยสัมพันธ์ และความจริงใจ ควบคู่กับความชัดเจนในการปกป้องผลประโยชน์ของชาติ
พร้อมยกตัวอย่างการเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 16-20 กรกฎาคม 2569 ตามคำเชิญของนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน ซึ่งได้เข้าพบประธานาธิบดีสี จิ้นผิง หารือทวิภาคีกับนายหลี่ เฉียง และนายจ้าว เล่อจี้ ประธานสภาประชาชนแห่งชาติจีน รวมถึงเข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมปัญญาประดิษฐ์โลก ณ นครเซี่ยงไฮ้ เปิดงานสัมมนาการลงทุนไทย-จีน (มณฑลเสฉวน) และเปิดฝ่ายการลงทุน ณ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู โดยระบุว่าภารกิจดังกล่าวช่วยยกระดับความสัมพันธ์ไทย-จีน พร้อมสร้างผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ ทั้งการดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต การกระตุ้นการท่องเที่ยว และการเสริมความร่วมมือด้านความมั่นคง รวมถึงการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ
นายร่มธรรม กล่าวว่า ผลการดำเนินงานด้านการต่างประเทศของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา แม้เป็นระยะเวลาไม่นาน แต่สะท้อนถึงการขับเคลื่อนนโยบายที่สอดคล้องกับคำแถลงต่อรัฐสภา และเป็นเครื่องพิสูจน์แนวทางการทำงานของรัฐบาลที่มุ่งผลักดันให้ประเทศไทยมีบทบาทบนเวทีโลก พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
อัญชิสา ก่อกิจฤกษ์ชัย /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง