นายกัมพล สุภาแพ่ง สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา กล่าวปาฐกถาในเวทีพัฒนาความร่วมมือแรงงาน 2026 หัวข้อ ความร่วมมือเศรษฐกิจไทย–จีน โดยระบุว่า ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีนมีรากฐานลึกซึ้งจากความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน การค้า วัฒนธรรม และสายสัมพันธ์ของคนไทยเชื้อสายจีน ซึ่งเป็นเสมือนสะพานแห่งมิตรภาพที่เชื่อมโยงสองประเทศเข้าด้วยกันมาอย่างยาวนาน
นายกัมพล กล่าวว่า ตลอดเวลากว่าครึ่งศตวรรษของความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน ความร่วมมือของทั้งสองประเทศได้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว เกษตรกรรม อุตสาหกรรม เทคโนโลยี และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยจีนถือเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของไทย ขณะที่ไทยก็มีบทบาทสำคัญในฐานะประตูเชื่อมโยงจีนกับภูมิภาคอาเซียน ดังนั้นความร่วมมือไทย–จีนในวันนี้ ไม่ใช่เพียงเรื่องตัวเลขทางเศรษฐกิจ แต่คือความเชื่อมั่น ความเข้าใจ และมิตรภาพที่ทั้งสองประเทศมีต่อกัน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาความร่วมมือระยะยาว
นายกัมพล กล่าวอีกว่า ความร่วมมือเศรษฐกิจไทย–จีนในอนาคตควรมุ่งเน้น 5 ด้านสำคัญ ได้แก่ การยกระดับการค้าและการลงทุน จากการซื้อขายสินค้าไปสู่การสร้างห่วงโซ่คุณค่าร่วมกัน โดยไทยมีจุดแข็งด้านเกษตรกรรม อาหาร การท่องเที่ยว และบริการ ส่วนจีนมีจุดแข็งด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม การผลิต และตลาดขนาดใหญ่ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการเชื่อมโยงภูมิภาค โดยเฉพาะระบบคมนาคมและโลจิสติกส์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพด้านการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน ความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม เช่น ปัญญาประดิษฐ์ ระบบอัตโนมัติ พลังงานสะอาด ยานยนต์ไฟฟ้า และเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจยุคใหม่ ตลอดจนความร่วมมือด้านแรงงานและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยเน้นการพัฒนาทักษะแรงงาน การฝึกอบรมวิชาชีพ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการสร้างโอกาสให้คนรุ่นใหม่ของทั้งสองประเทศเติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจยุคใหม่ และความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยการเติบโตทางเศรษฐกิจในศตวรรษที่ 21 ต้องไม่วัดจากรายได้เพียงอย่างเดียว แต่ต้องคำนึงถึงคุณภาพชีวิตของประชาชน ความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ ความมั่นคงทางสังคม และการรักษาทรัพยากรธรรมชาติสำหรับคนรุ่นต่อไป
นายกัมพล กล่าวเพิ่มเติมว่า ในโลกที่กำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลงจากเทคโนโลยี ความผันผวนทางเศรษฐกิจ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และปัญหาสิ่งแวดล้อม ความร่วมมือระหว่างประเทศมีความสำคัญมากกว่าที่เคย ประเทศไทยและจีนจึงมีโอกาสร่วมกันสร้างรูปแบบความร่วมมือใหม่ที่ตอบโจทย์อนาคต โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเคารพซึ่งกันและกัน ความเสมอภาค และผลประโยชน์ร่วมกัน ประเทศไทยพร้อมเป็นมิตรประเทศที่ดี พร้อมเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง และพร้อมเป็นสะพานเชื่อมความร่วมมือระหว่างจีนกับภูมิภาคอาเซียน ขณะเดียวกัน จีนก็เป็นหุ้นส่วนสำคัญที่มีบทบาทอย่างยิ่งต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของไทยในอนาคต
นายกัมพล ได้ย้ำว่า ไทย–จีน ใช่อื่นไกล พี่น้องกัน มิใช่เป็นเพียงถ้อยคำทางการทูต แต่เป็นความรู้สึกที่อยู่ในหัวใจของประชาชนทั้งสองประเทศ และควรได้รับการส่งต่อไปสู่คนรุ่นใหม่ เพื่อให้มิตรภาพไทย–จีนดำรงอยู่อย่างมั่นคง ยั่งยืน และเป็นพลังสำคัญในการสร้างสันติภาพ ความมั่นคง และความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันของภูมิภาค
คริส พุทธชาติ /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง
สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ข้อมูล/ภาพ