29 ก.ค. 69 -สส.ขัตติยา อดีต ปธ.กมธ.ศึกษาทางแก้ปัญหาสถานบันเทิง ร่วมกับ สส.เพื่อไทย ยื่นร่างแก้ไข พ.ร.บ.สถานบริการต่อสภาผู้แทนราษฎร ภายหลังเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว มองกฎหมายที่ใช้บังคับมากว่า 60 ปี ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน จึงเสนอปรับปรุงระบบกำกับดูแล ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย ลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ และป้องกันการทุจริต

image

        นางสาวขัตติยา สวัสดิผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ตนได้ร่วมกับ สส. พรรคเพื่อไทย ยื่นร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สถานบริการ (ฉบับแก้ไข) เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้ง หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 ซึ่งสร้างความสูญเสียอย่างรุนแรง พร้อมระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการปฏิรูปกฎหมายสถานบริการที่ใช้บังคับมาแล้วกว่า 60 ปี ซึ่งทุกครั้งที่เกิดโศกนาฏกรรมในสถานบันเทิง ไม่ว่าจะเป็นเหตุซานติก้าผับ เมาน์เทน บี หรือเหตุเพลิงไหม้ครั้งล่าสุด สังคมมักตั้งคำถามซ้ำเดิมเกี่ยวกับกระบวนการออกใบอนุญาต การตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัย และการกำกับดูแลของภาครัฐว่ามีประสิทธิภาพเพียงพอหรือไม่ รวมถึงมีช่องโหว่ที่เปิดโอกาสให้เกิดการทุจริตหรือการใช้ดุลพินิจโดยมิชอบหรือไม่ 

        นางสาวขัตติยา กล่าวเพิ่มเติมว่า พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ.2509 เป็นกฎหมายที่บังคับใช้มายาวนานกว่า 60 ปี หลายประเด็นไม่สอดคล้องกับรูปแบบธุรกิจและบริบททางเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน ทั้งนิยามของสถานบริการ ระบบการกำหนดพื้นที่ (Zoning) ที่ไม่สอดคล้องกับสภาพพื้นที่จริง ตลอดจนการรวมศูนย์อำนาจในการกำกับดูแล ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาการใช้ดุลพินิจและการเรียกรับผลประโยชน์ โดยในสภาชุดที่ผ่านมา ตนในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหาสถานบันเทิง ได้ร่วมผลักดันและจัดทำร่างกฎหมายฉบับนี้มาแล้ว แต่ร่างกฎหมายต้องตกไปเนื่องจากการยุบสภา ซึ่งเหตุการณ์ล่าสุดยิ่งตอกย้ำว่าประเทศไทยไม่ควรรอให้เกิดความสูญเสียครั้งใหม่ก่อนจึงค่อยแก้กฎหมาย ตนจึงได้ร่วมกับเพื่อน สส. พรรคเพื่อไทยยื่นร่างแก้ไข พ.ร.บ.สถานบริการเข้าสู่การพิจารณาของสภาอีกครั้ง เพื่อเร่งปิดช่องโหว่ของกฎหมายเดิม

        นางสาวขัตติยา กล่าวว่า สาระสำคัญของร่างกฎหมาย ประกอบด้วย การปรับปรุงนิยามของสถานบริการให้ครอบคลุมรูปแบบธุรกิจในปัจจุบัน การปรับระบบ Zoning ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และเอื้อต่อการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย รวมถึงการกระจายอำนาจการกำกับดูแลผ่านรูปแบบคณะกรรมการ เพื่อลดการรวมศูนย์อำนาจ ลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ และป้องกันการทุจริตหรือการเรียกรับผลประโยชน์ พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่าตนคาดหวังสภาผู้แทนราษฎรจะร่วมกันพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้อย่างจริงจัง เพื่อยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลสถานบริการ สร้างระบบการอนุญาตที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และลดโอกาสเกิดโศกนาฏกรรมซ้ำรอยในอนาคต

 

คณรัตน์ ยินดีมิตร / ข่าว

ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง 

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ