2 ส.ค. 69 - รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เผยรัฐบาลร่วมภาคเอกชนเดินหน้าทบทวนกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจ กว่า 100 ฉบับ เน้นแก้กฎหมายที่เห็นผลได้จริง เน้นเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันประเทศ ตั้งเป้าเห็นผลเป็นรูปธรรมภายใน 1-2 เดือนนี้ 

 

image

        นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เปิดเผยความคืบหน้าการปรับปรุงกฎหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศว่า ขณะนี้ได้เริ่มทำงานร่วมกับภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ผ่านกลไกคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) เพื่อตรวจสอบกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจ ปัจจุบันภาคเอกชนเสนอให้ปรับปรุงกฎหมายแล้วกว่า 100 ฉบับ ส่วนใหญ่มาจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ซึ่งอยู่ระหว่างการจัดกลุ่มและจัดลำดับความสำคัญ เพื่อแยกว่ากฎหมายฉบับใดส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความสามารถในการแข่งขันมากที่สุด

        รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การดำเนินงานครั้งนี้จะไม่จัดทำเป็นแผนแม่บทขนาดใหญ่ เนื่องจากต้องใช้เวลานาน แต่จะให้ภาคเอกชนระบุประเด็นปัญหาและถ้อยคำของกฎหมายที่ต้องการแก้ไขอย่างชัดเจน เพื่อให้สามารถนำไปเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องได้ทันที ภายหลังการรับฟังความคิดเห็นและได้ข้อยุติร่วมกัน จะเสนอหลักการต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อมอบหมายให้หน่วยงานเจ้าของกฎหมายดำเนินการแก้ไขตามขั้นตอน โดยเน้นกฎหมายที่สามารถดำเนินการได้จริงและส่งผลต่อผู้ประกอบการอย่างรวดเร็ว รัฐบาลจะจัดลำดับความสำคัญของการแก้ไขกฎหมายให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ 7 Leading Thailand โดยเฉพาะกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับภาคการท่องเที่ยวและภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นภาคเศรษฐกิจสำคัญที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่สูงขึ้น นอกจากนี้ ยังได้พัฒนาระบบให้ภาคเอกชนสามารถเสนอประเด็นปัญหาและติดตามความคืบหน้าของการแก้ไขกฎหมายแต่ละเรื่องได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การดำเนินงานมีความโปร่งใสและติดตามผลได้ ทั้งนี้ ย้ำว่า การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไม่ได้ขึ้นอยู่กับการแก้ไขกฎหมายเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องเร่งแก้ไขปัญหาต้นทุนเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะราคาพลังงาน ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญของทุกภาคธุรกิจ เพราะหากไม่ดำเนินการควบคู่กัน การปรับปรุงกฎหมายเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ โดยคาดว่าภายใน 1-2 เดือนข้างหน้า จะเห็นความคืบหน้าของการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม หลังจากได้หารือกับภาคเอกชนล่วงหน้าและเร่งผลักดันการแก้ไขกฎหมายที่มีความจำเป็นเร่งด่วนต่อไป  

 

อรพรรณ ขันทองคำ /ข่าว

ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง

 

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ