นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ประธานกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร นำคณะลงพื้นที่และเข้าพบผู้บริหารกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาและสอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข้อสงสัยในการสอบแข่งขันบุคคลเข้ารับราชการในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยคณะกรรมาธิการได้เตรียมข้อซักถามรวม 19 ประเด็น
ขณะที่ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ชี้แจงว่ากรณีดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดีอาญาแล้ว ขณะเดียวกัน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้ระงับการจ่ายเงินงวดสุดท้ายจำนวน 32 ล้านบาท เนื่องจากคู่สัญญาส่งมอบงานไม่เป็นไปตามเงื่อนไขในสัญญา และอยู่ระหว่างหารือกับกรมบัญชีกลาง ว่าสามารถยกเลิกสัญญาหรือเรียกเงินคืนทั้งหมดจำนวน 142 ล้านบาทได้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม
นายนิรัตน์ ระบุว่าหากผลการตรวจสอบพบผู้กระทำผิด จะต้องรับผิดเป็นรายบุคคล ทั้งทางอาญาและทางวินัย ซึ่งอาจนำไปสู่การปลดออกหรือไล่ออกจากราชการ ขณะที่หน่วยงานยังต้องเดินหน้าปฏิบัติภารกิจและปรับปรุงการทำงานใน 5 ด้าน ได้แก่ การปรับโครงสร้างองค์กรโดยใช้แนวทางของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) การปรับวัฒนธรรมองค์กรไม่ให้เพิกเฉยต่อการทุจริต การยืนยันว่าจะไม่มีการแก้ไขคะแนนสอบไม่ว่ากรณีใด การดำเนินการทางกฎหมายกับผู้กระทำผิดตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี และการวางมาตรการป้องกันปัญหาในระยะยาว ขณะที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นประเมินว่า ผู้ที่อาจเกี่ยวข้องกับกระบวนการทุจริตแบ่งเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ บุคลากรของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยคู่สัญญา นายหน้าหรือขบวนการที่เกี่ยวข้อง และผู้ซื้อหรือผู้เข้าสอบ จึงจำเป็นต้องวางระบบป้องกันไม่ให้ผู้เกี่ยวข้องแต่ละส่วนสามารถกระทำผิดในลักษณะเดิมได้อีก พร้อมนำข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการและทุกภาคส่วนไปประกอบการปรับปรุงการทำงาน
ทั้งนี้ ภายหลังคณะกรรมาธิการรับฟังข้อมูลดังกล่าวแล้ว นายบุญประสงศ์ นวลสายย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นำคณะกรรมาธิการตรวจสอบตู้นิรภัยภายในห้องทำงานของอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งเดิมใช้เก็บแฟลชไดรฟ์ต้นฉบับ โดยขณะนี้ได้ส่งมอบแฟลชไดรฟ์ดังกล่าวให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ตรวจสอบแล้ว คณะกรรมาธิการยังได้ตรวจสอบคอมพิวเตอร์ที่ใช้ประมวลผลคะแนนและติดต่อประสานงานกับมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) เพื่อรวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐานประกอบการขยายผลการสอบสวนและดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง
ด้าน นายอาสพลธ์ ประธานกรรมาธิการ ตั้งข้อสังเกตถึงข้อบกพร่องของระบบ และเปรียบเทียบโครงสร้างของกรณีดังกล่าวเป็นอาคาร 5 ชั้น โดยระบุว่า ขณะนี้คณะกรรมาธิการได้รับข้อมูลเกี่ยวกับผู้เข้าสอบ ขบวนการแก้ไขคะแนน และผู้บริหารระดับกรมแล้ว ส่วนประเด็นที่จะตรวจสอบเพิ่มเติม คือ ผู้เสียหายที่อาจถูกฉ้อโกงและผู้ที่อาจอยู่เบื้องหลังขบวนการในระดับสูง เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงและนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย รวมถึงป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในลักษณะเดียวกันกับการสอบครั้งต่อไป
คริส พุทธชาติ / ข่าว
ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง
เพจเฟซบุ๊กกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น / ข้อมูลและภาพ