31 ก.ค. 69 - กมธ.ทหารฯ วุฒิสภา รับฟังปัญหากำลังพล อส. ขาดแคลน พร้อมข้อเสนอเพิ่มอัตรากำลัง 5,001 อัตรา จัดหาโดรน รถหุ้มเกราะ ปรับเพิ่มเงินครองชีพ-ค่าตอบแทน เพื่อยกระดับศักยภาพการปฏิบัติภารกิจด้านความมั่นคงและการช่วยเหลือประชาชน

image

        คณะกรรมาธิการ(กมธ.)การทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา นำโดยผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ อลงกต วรกี กรรมาธิการฯ เข้าหารือข้อราชการกับนายเรืองลักษณ์ เรืองยังมี ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการกองอาสารักษาดินแดน(อส.) กรมการปกครอง ณ กองบัญชาการกองอาสารักษาดินแดน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ

        คณะกรรมาธิการฯ ได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการเร่งแก้ปัญหากำลังพล อส. ขาดแคลน พร้อมรับฟังข้อเสนอเพื่อยกระดับการปฏิบัติงานและเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงานดูแลความสงบเรียบร้อยและภัยพิบัติทั่วประเทศ อาทิ การเสนอเพิ่มอัตรากำลังประมาณ จำนวน 5,001 อัตรา เพื่อแก้ปัญหาภาระงานล้นมือ การจัดกรอบอัตรากำลังในทุกจังหวัด ซึ่งปัจจุบันมีกำลังพลรวมทั้งสิ้น จำนวน 28,172 อัตรา แต่ยังไม่สอดคล้องกับสภาพพื้นที่จริงและระดับภัยคุกคามในปัจจุบัน โดยเฉพาะกองร้อย อส.อำเภอ ขนาดเล็กที่มีเพียง จำนวน 12 อัตรา และกองร้อย อส.ชายแดน ที่มีจำนวน 24 อัตรา ส่งผลให้ขาดแคลนกำลังพลในการจัดชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็ว กรมการปกครองจึงได้เสนอกรอบแผนการเพิ่มอัตรากำลังสมาชิก อส. ระหว่างปี พ.ศ. 2570–2574 โดยกำหนดบรรจุปีละ จำนวน 1,000 นายต่อเนื่องเป็นเวลาจำนวน 5 ปี เพื่อปรับเพิ่มกรอบกองร้อย อส.อำเภอทั่วประเทศให้มีความพร้อมและปฏิบัติภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ ยังเสนอการยกระดับยุทโธปกรณ์ เทคโนโลยี และระบบการฝึกอบรมเพื่อรับมือภัยพิบัติสร้างความปลอดภัยและเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่ผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งประกอบด้วยความต้องการจัดซื้อรถหุ้มเกราะป้องกันกระสุน 4 ประตูเพิ่มเติม จำนวน 146 คัน อากาศยานไร้คนขับหรือโดรน จำนวน 37 ลำ รถตรวจการณ์ขับเคลื่อน 2 ล้อและ 4 ล้อ รวมจำนวนกว่า 1,000 คัน ตลอดจนหมวกกันกระสุนเพิ่มเติมอีกจำนวน 11,177 ใบ 

        สำหรับในด้านการพัฒนาศักยภาพกำลังพล ได้มีการเร่งรัดโครงการฝึกอบรมยุทธวิธีร่วมกับกระทรวงกลาโหม ณ ศูนย์การกำลังสำรอง อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างทักษะด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อให้สมาชิก อส. มีความพร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดภัยธรรมชาติขนาดใหญ่ เช่น เหตุแผ่นดินไหวและน้ำท่วม ได้อย่างทันท่วงที และขอให้ปรับเพิ่มเงินครองชีพชั่วคราวและค่าเบี้ยเลี้ยงเพื่อสร้างขวัญกำลังใจเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่สมาชิก อส. ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในความเสี่ยง ทั้งนี้ ความคืบหน้าการปรับปรุงระเบียบสวัสดิการและค่าตอบแทน กระทรวงมหาดไทยได้เสนอเรื่องไปยังคณะรัฐมนตรีและกระทรวงการคลังเรียบร้อยแล้ว โดยมีสาระสำคัญคือการปรับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวจากเดิมขั้นต่ำ จำนวน 10,000 บาท เป็นจำนวน 11,000 บาท และปรับเพดานขั้นสูงจากเดิมจำนวน 13,285 บาท เป็นจำนวน 14,600 บาท

        ภายหลังรับฟังข้อมูลและข้อเสนอแนะ คณะกรรมาธิการฯ ย้ำถึงความสำคัญต่อบทบาทของกองอาสารักษาดินแดน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของฝ่ายปกครองในการ รักษาความมั่นคงในระดับพื้นที่ และปกป้องสถาบันหลัก ปราบปรามยาเสพติด และดูแลความปลอดภัยของประชาชน ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการฯ จะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมเพื่อหาข้อสรุปและนำไปหารืออีกครั้งเพื่อให้ได้ข้อสรุปและแนวทางแก้ไขปัญหาที่เป็นรูปธรรม ผลักดันผ่านกลไกกระบวนการนิติบัญญัติและประสานงานกับฝ่ายบริหารในการสนับสนุนให้กองอาสารักษาดินแดนมีความพร้อมรับมือภัยคุกคามความมั่นคงทุกรูปแบบได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อภารกิจความมั่นคงของประเทศในภาพรวมต่อไป

อรพรรณ ขันทองคำ /ข่าว

ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง

ประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา /ข้อมูลและภาพ

 

 

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ