3 ส.ค. 69 - สว.นรเศรษฐ์ เผยความกังวลร่างข้อกำหนด TOR ไทย-เมียนมา เพื่อแก้ปัญหาสารพิษข้ามพรมแดน ชี้อาจกระทบสิทธิการรับรู้ข้อมูลของประชาชน - จำกัดความร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศ เรียกร้องรัฐบาลพิจารณารอบคอบก่อนเสนอ ครม.

image

          นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) แถลงข่าวแสดงความกังวลต่อร่างข้อกำหนด TOR ของคณะทำงานตรวจสอบและแก้ไขปัญหาสารพิษในแม่น้ำข้ามพรมแดนไทย-เมียนมา ฉบับแก้ไขที่ประเทศไทยได้รับกลับจากเมียนมาเมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งเตรียมนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 4 สิงหาคมนี้ โดยระบุว่า เป็นช่วงเวลาใกล้เคียงกับการเดินทางมาหารือกับนายกรัฐมนตรีไทยของผู้นำเมียนมาในประเด็นดังกล่าว

          นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า ร่าง TOR ฉบับที่เมียนมาแก้ไขกลับมามีหลายประเด็นที่อาจส่งผลกระทบต่อแนวทางการแก้ไขปัญหามลพิษข้ามพรมแดน จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงนาม โดยเฉพาะข้อกำหนดเรื่องการรักษาความลับ ซึ่งระบุว่าข้อมูลจากการดำเนินการร่วมจะต้องไม่เปิดเผยต่อบุคคลภายนอก เว้นแต่ทั้งสองฝ่ายจะเห็นชอบร่วมกันเป็นลายลักษณ์อักษร และไม่มีข้อยกเว้นสำหรับข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพหรือความปลอดภัยของประชาชนในภาวะวิกฤต ซึ่งอาจทำให้ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลที่จำเป็นได้ และอาจกระทบต่อสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารตามรัฐธรรมนูญ

          นอกจากนี้ ยังแสดงความกังวลว่าร่าง TOR จำกัดกรอบความร่วมมือให้เหลือเพียงความร่วมมือทวิภาคี โดยตัดบทบาทของกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศและระดับภูมิภาค เช่น อาเซียน และคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC) ออกจากขอบเขตความร่วมมือ ซึ่งอาจลดทอนความโปร่งใสและพลังในการผลักดันการแก้ไขปัญหาในระดับภูมิภาค พร้อมเรียกร้องให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐบาล ผลักดันการแก้ไข TOR เพื่อเปิดทางให้องค์กรระหว่างประเทศและกรอบความร่วมมือระดับภูมิภาคเข้ามามีส่วนร่วม ทั้งในฐานะผู้สังเกตการณ์และผู้สนับสนุนทางวิชาการ และหากเมียนมายังคงยืนยันให้ TOR เป็นเพียงกรอบความร่วมมือทวิภาคี ขอให้รัฐบาลใช้กลไกความร่วมมือกับ MRC และกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง ควบคู่ไปด้วย

          นายนรเศรษฐ์ ยังเสนอว่า การหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีไทยกับผู้นำเมียนมา ไม่ควรจำกัดอยู่เพียงกรอบความร่วมมือของ TOR ซึ่งเป็นเพียงข้อตกลงด้านการตรวจสอบคุณภาพน้ำ แต่ควรหารือถึงการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ คือเหมืองแร่ที่เป็นแหล่งกำเนิดมลพิษ พร้อมเสนอให้ประเทศไทยใช้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แร่ พ.ศ. 2560 เป็นกลไกในการตรวจสอบการนำเข้าและส่งออกแร่ โดยเฉพาะการตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของแร่ที่นำเข้าผ่านด่านชายแดนภาคเหนือ เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศไทยเป็นทางผ่านของแร่ที่ผิดกฎหมายหรือเกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการทำลายสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้หวังว่ารัฐบาลจะรับฟังข้อเสนอจากรัฐสภา นักวิชาการ และภาคประชาสังคม เพื่อนำไปสู่การปรับปรุง TOR และการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

 

ณัฐเดช เอียดปุ่ม /ข่าว

ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ