พลตำรวจตรี วิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษาประธานรัฐสภา ได้รับมอบหมายจากนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้แทนรับหนังสือจากนายคริส โปตระนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และประธานพรรคเศรษฐกิจ นางสาวอังสณา เนียมวณิชกุล สส.แบบบัญชีรายชื่อ พร้อมด้วยนายแทนคุณ จิตต์อิสระ ประธานชมรมสันติประชาธรรม และภาคีเครือข่ายภาคประชาชนเพื่อสนับสนุนการประหารชีวิตคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญต่อชีวิต เพศ ทรัพย์สิน และยาเสพติดร้ายแรง ประกอบด้วย มูลนิธิองค์กรทำดี ชมรมสันติประชาธรรม สายไหมต้องรอด มูลนิธิเป็นหนึ่ง กลุ่มประชาชนเพื่อประชาชน จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่ ชมรมมุสลิมอาสาพัฒนาสังคม กลุ่มไทยไม่ทน และมูลนิธิวินวิน เข้ายื่นหนังสือขอให้รัฐสภาผลักดันมาตรการดำเนินคดีต่ออาชญากรที่ก่อเหตุสะเทือนขวัญและประทุษร้ายต่อชีวิตและเพศอย่างร้ายแรง โดยคงโทษประหารชีวิต ทบทวนการลดโทษ พักโทษ และการปล่อยตัว รวมทั้งบังคับใช้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) มาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือใช้ความรุนแรง พ.ศ. 2565 อย่างเคร่งครัด
นายแทนคุณ ระบุว่าสถานการณ์อาชญากรรมที่กระทบต่อชีวิตและเพศในประเทศไทยมีความรุนแรงมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนและภาพลักษณ์ของประเทศ จึงเสนอให้ยกระดับการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมเป็นวาระแห่งชาติ พร้อมปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ ตั้งแต่การป้องกัน การดำเนินคดี การพิจารณาคดี การบังคับโทษ และการพ้นโทษ รวมถึงผลักดันให้มีการใช้โทษประหารชีวิตในคดีอุกฉกรรจ์ และปรับปรุงกฎหมายให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ด้านนายคริส โปตระนันทน์ กล่าวว่า การยื่นหนังสือครั้งนี้เป็นการสะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชนที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงกระบวนการยุติธรรม โดยในฐานะ สส.จะผลักดันการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาและประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เพื่อให้มีการบังคับใช้โทษประหารชีวิตอย่างจริงจังกับผู้กระทำผิดในคดีอุกฉกรรจ์ และยุติการลดโทษแก่ผู้กระทำความผิด พร้อมเชิญชวนทุกพรรคการเมืองร่วมกันผลักดันการแก้ไขกฎหมาย โดยไม่ให้เป็นประเด็นทางการเมือง
ภายหลังรับหนังสือ พลตำรวจตรี วิชัย กล่าวว่า จะนำเรื่องดังกล่าวเสนอต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป พร้อมระบุว่า ประเทศไทยยังมีกฎหมายกำหนดโทษประหารชีวิตสำหรับความผิดร้ายแรงอยู่แล้ว แต่การบังคับใช้กฎหมาย ผู้ใช้กฎหมาย และผู้มีอำนาจกำหนดโทษ ควรให้ความสำคัญกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมผลักดันประเด็นดังกล่าว
ณัฐเดช เอียดปุ่ม /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง