นายพิชญุตม์ พอจิต สส.อุตรดิตถ์ พรรคภูมิใจไทย และโฆษกคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตร โดยระบุว่าราคาสินค้าเกษตรสำคัญหลายรายการปรับตัวสูงขึ้น ท่ามกลางความผันผวนของราคาพลังงานและสถานการณ์ในตะวันออกกลาง พร้อมยกตัวอย่างราคาข้าวหอมมะลิ ซึ่งระบุว่าปรับจากประมาณ 12,000 บาทต่อตัน เป็น 18,000 บาทต่อตัน ขณะที่ราคายางพาราปรับจากประมาณ 65 บาทต่อกิโลกรัม เป็น 97 บาทต่อกิโลกรัม และราคาปาล์มทะลายเพิ่มขึ้นเป็น 9 บาท 60 สตางค์ต่อกิโลกรัม อย่างไรก็ตาม ราคาสินค้าเกษตรอาจแตกต่างกันตามช่วงเวลา พื้นที่ คุณภาพผลผลิต และภาวะตลาด
นายพิชญุตม์ ยังกล่าวถึงมาตรการด้านข้าวที่รัฐบาลสนับสนุนและจัดให้มีโครงการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ปีการผลิต 2569/70 การจัดตลาดนัดข้าวเปลือก และการส่งเสริมตลาดข้าวคุณภาพสูง ซึ่งมีเป้าหมายช่วยเพิ่มช่องทางจำหน่ายและรักษาระดับรายได้ของเกษตรกร นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงมาตรการลดต้นทุนการผลิตผ่านโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง การเจรจาขยายตลาดสินค้าเกษตรไทยกับประเทศคู่ค้าสำคัญ รวมถึงการแสวงหาตลาดใหม่ เพื่อกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสส่งออกให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการไทย
ส่วนมาตรการด้านพลังงานและหนี้สินเกษตรกร นายพิชญุตม์ ระบุว่ารัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือค่าน้ำมันและค่าขนส่งในภาคเกษตร รวมถึงการดำเนินมาตรการพักชำระหนี้และฟื้นฟูเกษตรกรของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อบรรเทาภาระทางการเงิน อย่างไรก็ตาม ขอเสนอให้รัฐบาลติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรและต้นทุนการผลิตอย่างต่อเนื่อง พร้อมประเมินผลของมาตรการต่าง ๆ ให้ครอบคลุมเกษตรกรแต่ละกลุ่ม เพื่อให้ความช่วยเหลือสอดคล้องกับสถานการณ์และรักษาเสถียรภาพรายได้ในระยะยาว ขณะเดียวกัน ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากแหล่งข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อป้องกันความคลาดเคลื่อนของข้อมูล
คริส พุทธชาติ / ข่าว
ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง