นายนิธิกร บุญยกุลเจริญ อนุกรรมาธิการ (กมธ.) เพิ่มขีดความสามารถดิจิทัลไทย ในคณะกมธ.การสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สภาผู้แทนราษฎร และทีมนโยบายดิจิทัล พรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์กรณีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนโครงการ TH-AI Passport ผ่านเว็บไซต์ de.aipass.net โดยระบุว่า โครงการของภาครัฐควรใช้โดเมน .go.th ซึ่งเป็นโดเมนสำหรับหน่วยงานราชการ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและลดความเสี่ยงจากการปลอมแปลงเว็บไซต์หรือการหลอกลวงทางออนไลน์ ทั้งนี้ เสนอให้กระทรวงฯ จดโดเมน aipass.go.th เป็นโดเมนหลัก พร้อมจดโดเมนที่มีลักษณะใกล้เคียงเพื่อป้องกันการนำไปใช้ในทางมิชอบ และประกาศรายชื่อเว็บไซต์ทางการให้ประชาชนตรวจสอบได้อย่างชัดเจน โดยล่าสุดกระทรวงฯ ได้เพิ่มโดเมน .go.th สำหรับโครงการดังกล่าวแล้ว
นายนิธิกร ระบุว่าตนขอแนะนำให้ประชาชนลงทะเบียนผ่าน application ทางรัฐ เพื่อความสะดวกและรวดเร็ว โดยขณะนี้มีผู้ลงทะเบียนประมาณ 5 แสนคน จากเป้าหมาย 5 ล้านคน พร้อมย้ำว่า ปชน.ไม่ได้ต่อต้านการ upskill และ reskill ประชาชน เนื่องจากโครงการมีทั้งสิทธิ์ใช้งาน AI และคอร์สเรียนออนไลน์ จึงเห็นว่าประชาชนสามารถเข้าไปใช้ประโยชน์จากโครงการได้ โดยไม่ควรนำข้อครหาเรื่องกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างมาปะปนกับตัวโครงการ ส่วนความกังวลเรื่องสแกมเมอร์และข้อมูลรั่วไหล เห็นว่าภาครัฐควรเร่งจดโดเมนที่ใกล้เคียงเพื่อป้องกันการหลอกลวง ขณะที่ข้อมูลเบื้องต้นที่ใช้ลงทะเบียนเป็นข้อมูลทั่วไป และโครงการมีการยืนยันตัวตน 2 ชั้น จึงมีความปลอดภัยเพิ่มขึ้น แต่ภาครัฐต้องให้ความสำคัญกับการรักษาข้อมูลของประชาชน
สำหรับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง นายนิธิกร ระบุว่า กมธ.การจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีนางสาวรักชนก ศรีนอก เป็นประธาน ได้ขอเอกสารเพิ่มเติม โดยเฉพาะข้อเสนอของผู้ประมูลทั้ง 3 ราย เพื่อพิจารณาความถูกต้องและข้อครหาที่เกิดขึ้น พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานเร่งส่งเอกสาร รวมถึงสัญญาและข้อเสนอของผู้เข้าประมูล เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้อย่างชัดเจน โดยย้ำว่า ปชน.ตั้งคำถามต่อกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง แต่ประชาชนไม่ควรกังวลต่อการใช้ประโยชน์จากตัวโครงการ ซึ่งเห็นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน
ณัฐเดช เอียดปุ่ม /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง