นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการสภาผู้แทนราษฎรพบประชาชน กิจกรรมสภาผู้แทนราษฎรพบประชาชน ครั้งที่ 4 ว่า ก่อนหน้านี้ตนได้ลงพื้นที่ประชุมหารือแนวทางส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในพื้นที่อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี พร้อมรับฟังปัญหาและความเดือดร้อนของประชาชน ณ อาคารอเนกประสงค์เทศบาลเมืองอ่างศิลา โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากประชาชนและกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่ได้สะท้อนปัญหาและเสนอแนวทางพัฒนาพื้นที่ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ซึ่งอ่างศิลามีจุดเด่นและศักยภาพหลายด้าน ทั้งแหล่งท่องเที่ยว ผลิตภัณฑ์ชุมชน และวิถีชีวิตของประชาชน
นางสาวมัลลิกา กล่าวว่า ประเด็นสำคัญ คือ จะทำอย่างไรให้การท่องเที่ยวเชื่อมโยงกับการพัฒนาของ อปท. และสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมายังพัทยาให้เดินทางต่อมายังอ่างศิลาและพื้นที่ใกล้เคียงได้มากขึ้น เนื่องจากอ่างศิลา ตำบลบ้านปึก และพื้นที่โดยรอบมีศักยภาพในการรองรับนักท่องเที่ยว แต่จำเป็นต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและองค์ประกอบด้านการท่องเที่ยวให้มีความพร้อมมากขึ้น ซึ่งจากการลงพื้นที่ตนยังรู้สึกประทับใจกับความเป็นมิตร ความจริงใจ และความคล่องตัวของเทศบาลเมืองอ่างศิลา รวมถึงประชาชนที่เข้ามานำเสนอปัญหาและข้อเสนอแนะ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจในการพัฒนาพื้นที่ โดยข้อมูลและรายละเอียดต่าง ๆ ที่ได้รับจะนำไปประกอบการทำงานในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ และนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรต่อไป
นางสาวมัลลิกา กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับกิจกรรมในวันนี้ ตนให้ความสำคัญกับการเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เข้ามามีส่วนร่วมและเรียนรู้การทำงานของรัฐสภา รวมถึงระบอบประชาธิปไตยอย่างใกล้ชิด โดยเปิดโอกาสให้เยาวชนได้พบปะและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ ตลอดจนสะท้อนปัญหาและเสนอแนวคิดเกี่ยวกับสิ่งที่ต้องการเห็นในอนาคต ทั้งในระดับจังหวัดชลบุรีและระดับประเทศ รวมถึงการเสนอแนวคิดด้านกฎหมาย ขณะเดียวกัน เยาวชนในปัจจุบันมีความรู้ด้านเทคโนโลยี มีความคิดสร้างสรรค์ และมุมมองที่กว้างขึ้น โดยเฉพาะเรื่องปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งจำเป็นต้องเรียนรู้ทั้งประโยชน์และข้อจำกัด รวมถึงรู้จักวิเคราะห์ข้อมูลและใช้เหตุผลในการแยกแยะว่าเรื่องใดเป็นข้อมูลจริงหรือข่าวปลอม ซึ่งโรงเรียนและสถานศึกษาที่เข้าร่วมกิจกรรมให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี สำหรับกิจกรรมครั้งนี้ไม่ใช่มาแล้วจบ แต่จะเก็บข้อมูลและข้อเสนอของเยาวชนไว้ และหากมีโอกาสจะกลับมาติดตามผลอีกครั้ง
นางสาวมัลลิกา กล่าวด้วยว่า ตนรู้สึกดีใจและประทับใจที่เยาวชนให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก แตกต่างจากในอดีตที่การเชิญชวนเยาวชนเข้าร่วมกิจกรรมของรัฐสภาอาจไม่ได้รับความสนใจมากนัก แต่ปัจจุบันเยาวชนมีความกระตือรือร้น อยากเรียนรู้ว่าสภาผู้แทนราษฎรทำงานอย่างไร และต้องการตรวจสอบข้อมูลที่ได้รับว่ามีความจริงมากน้อยเพียงใด สะท้อนให้เห็นว่าเยาวชนให้ความสำคัญกับการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมทางการเมืองมากขึ้น ส่วนการจัดกิจกรรมสภาผู้แทนราษฎรพบประชาชน ครั้งที่ 5 ตนคาดว่าจะดำเนินการก่อนสิ้นสุดปีงบประมาณนี้ โดยในสัปดาห์หน้ามีกำหนดลงพื้นที่รับฟังปัญหาจากมูลนิธิที่ดูแลเด็กออทิสติก เพื่อศึกษาการดำเนินงานและปัญหาที่เกิดขึ้น รวมถึงพิจารณาว่าสภาผู้แทนราษฎรจะสามารถเข้าไปสนับสนุนหรือช่วยเหลือได้ในด้านใด นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายพื้นที่ที่เตรียมลงไปเก็บข้อมูลและรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการทำงานของสภาผู้แทนราษฎร ทั้งในด้านการเสนอหรือปรับปรุงกฎหมาย การตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาปัญหา และการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนต่อไป
คณรัตน์ ยินดีมิตร / ข่าว
ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง
ทีมข่าวโทรทัศน์รัฐสภา / ข้อมูล
สำนักประชาสัมพันธ์ สผ. / ภาพ